


โรงงานจีนระเบิดหินทำเมรุวัดมะขามเดี่ยวร้าวหนัก-หมูตับแตกตาย เตรียมรื้อปล่องสร้างใหม่ ด้าน “พยูนดำ” จี้รัฐอย่าอ่อนแอปล่อยนายทุนเหนือกฎหมาย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ณ วัดมะขามเดี่ยว ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังได้รับร้องเรียนกรณีโรงงานทุนจีนในพื้นที่ ลักลอบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้แก๊ส CO2 ระเบิดหินจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศาสนสถานและสัตว์เลี้ยงภายในวัด
จนทำให้หมูของทางวัดตายไป 1 ตัวในวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายสุเมธ ปั้นทอง อายุ 43 ปี สัปเหร่อวัดมะขามเดี่ยว (คนอ้วน) เปิดเผยด้วยความเศร้าใจว่า แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหินส่งผลให้ตัวเมรุเกิดรอยร้าวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเฉพาะบริเวณ “ปล่องเมรุ” ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีรอยแตกแยกออกจากแกนเสาอย่างชัดเจน เมรุนี้เพิ่งจะปรับปรุงเสร็จและเปิดใช้งานเผาศพไปได้เพียง 4 ศพเท่านั้น ก็มาเกิดความเสียหายซ้ำอีก ตอนนี้ต้องรีบให้ช่างเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขโดยด่วน
ทางด้าน นายสุรพล พรมหาญ อายุ 61 ปี ช่างทำเมรุ (คนผอม) ระบุว่า จากการสำรวจเบื้องต้น รอยร้าวระหว่างด้านหน้าและด้านหลังเมรุต้องเร่งแก้ไขทั้งหมด แต่ส่วนที่ยากและต้องใช้เวลานานที่สุดคือ “ปล่องเมรุ” ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะต้องทุบปล่องเดิมทิ้งและก่อสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยคาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 3-4 เดือน อย่างไรก็ตาม จะต้องขึ้นไปเช็กรายละเอียดบนยอดปล่องอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
สำหรับกรณีหมูของวัดที่ตับแตกตายจากแรงระเบิดนั้น เดิมทีทางโรงงานจะซื้อหมูมาคืนให้ แต่ทางวัดพิจารณาแล้วว่าการรับหมูมาเพิ่มจะเป็นการเพิ่มภาระในการดูแล จึงยื่นข้อเสนอให้ทางโรงงานรับผิดชอบด้วยการสร้าง โดมหลังคาหน้าเมรุ ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 40 เมตร แทน เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานศพได้ใช้ประโยชน์ ไม่ต้องกางเต็นท์เหมือนที่ผ่านมา
นายเจี๊ยบ หรือ “พยูนดำ” ชาวบ้านนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กล่าวว่า แม้โรงงานจะยอมรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่ตนต้องการให้หน่วยงานภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะที่ผ่านมานายทุนเหล่านี้มักเพิกเฉยต่อคำสั่ง เจ้าหน้าที่เคยออกเอกสารตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าไปแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังมีการแอบขุดดินขุดทรายกันอยู่ ในพื้นที่ของ อ.นิคมพัฒนา
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าข้าราชการไทยอ่อนแอหรือไม่ นายทุนพวกนี้ถึงไม่สนใจคำสั่งใดๆ อยากให้ใช้กฎหมายกวดขันเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนซ้ำซาก
ขณะที่ชาวบ้านในละแวกวัดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่คนเป็นที่เดือดร้อน แต่ “ผี” ก็เดือดร้อนไปด้วย เพราะเมรุร้าวกลัวจะถล่มหรือเกิดอันตรายระหว่างใช้งาน ทำให้ช่วงนี้ต้องย้ายไปทำพิธีศพที่วัดอื่นชั่วคราว
นางบุญธรรม อายุ 51 ปี (เสื้อสีเขียว) ชาวบ้านที่มาช่วยงานวัดเป็นประจำ ได้ฝากขอร้องผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยดูแลความเดือดร้อนของชาวมะขามเดี่ยว อย่าปล่อยให้นายทุนเข้ามาเอาเปรียบวัดและชุมชนเกินไปกว่านี้
นายสันติ ซื่อตรง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลมะขามคู่ขนาดนี้ได้เข้ามา ที่สภนิคมพัฒนาเป็นพยานให้กับทางวัดและชาวบ้านว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้นเป็นเสียงดังคล้ายระเบิดจริงและมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง
ในส่วนของที่เฉพาะสงสัยว่าโรงงานนั้น กินข้าวไปในพื้นที่วัดหรือไม่ดูจากสายตาเปล่า ก็ยังตรวจเช็คไม่ได้ต้องให้รางวัลเข้ามาตรวจสอบเพื่อ ความถูกต้อง
ในส่วนของตนนั้นหลังจากได้รับเลือกมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมก็พยายามประสานงานกับหน่วยงานต่างๆเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับทางวัดและชาวบ้านโดยหน้าที่ของตนนั้นต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับชาวบ้านในพื้นที่



































