



ป่าไม้ติดหมายรื้อ “รีสอร์ทไอยรา” ภายใน 30 วัน เจ้าของโต้ที่มรดกทำกิน ยันไม่มีเจตนาบุกรุก เดินหน้าอุทธรณ์สู้คดี
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) พร้อมด้วยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านไอยรา หมู่ 7 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นำโดยนายทศวารณ์ วิทยาคม ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 เพื่อติดประกาศคำสั่งตามคำพิพากษาศาลจังหวัดระยอง ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ “เขาห้วยมะหาด-เขานั่งยอง-เขาครอก” ภายในวันที่ 21 ส.ค. 2569
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2560 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพบการบุกรุก แผ้วถาง และครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สภ.บ้านฉาง ในคดีอาญาที่ 115/2560 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 ศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษาให้นายไอยรา วงศ์เงิน จำเลย มีความผิดตามกฎหมายป่าไม้ โดยสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับเงิน แต่จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมมีคำสั่งให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ป่าสงวนฯ ภายใน 30 วัน
ด้าน นายไอยรา วงศ์เงิน หรือ “ขาว” อายุ 62 ปี เจ้าของรีสอร์ทไอยรา เปิดเผยว่า ที่ดินตรงนี้เป็นมรดกตกทอดของครอบครัว ทำกินมานานตั้งแต่อดีต เดิมเคยทำไร่มันสำปะหลังแต่ประสบปัญหาขาดทุน จึงปรับเปลี่ยนมาสร้างบ้านพักเพื่อใช้อยู่อาศัยกับครอบครัว และทำสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมไว้รองรับญาติและเพื่อนฝูง ไม่ได้มีเจตนาทำเป็นธุรกิจรีสอร์ทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ อีกทั้งตนยังเป็นคนที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติ มีการปลูกต้นไม้เพิ่มจนปกคลุมเขียวชอุ่ม รวมถึงเพาะพันธุ์กล้าไม้ป่า เช่น ยางนา เพื่อนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนและป้องกันไฟป่าร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่
นอกจากนี้ นายไอยรายังชี้แจงถึงพื้นที่บริเวณข้างเคียงที่มีสระน้ำ ลานกางเต็นท์ และป้ายประกาศขายที่ดิน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายสุสานตามที่ปรากฏในข่าวว่า ไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า พื้นที่ข้างเคียงดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ นายไอยรายืนยันว่าจะขอใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม โดยกำลังรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินต่อไป


































