


วัฒนธรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบถ้ำโบราณขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่บริเวณริมเชิงเขาในสวนทุเรียนที่คนรุ่นเก่าเรียกว่า “ถ้ำหงส์”
เมื่อช่วงสาย วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางวรรณี สุขสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองระยอง และชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบโพรงถ้ำติดชายเขาเหนือบ่อน้ำ ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ พบจุด ปากถ้ำกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ลึกลอดเข้าไปใต้ผืนดินประมาณ 2 เมตร จนเห็นช่องทางมืดลึกที่เป็นทางตัน
บริเวณหน้าปากถ้ำพบศาลเพียงตา ศาลเจ้าที่ รูปกินรี 2 ตัว และรูปปั้นหงส์ตั้งอยู่ ซึ่งชาวบ้านและผู้สูงอายุถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานท้องถิ่น นิยมมาจุดธูปบนบานศาลกล่าวตามความเชื่อ
จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ ได้สะท้อนเรื่องราวความเชื่อที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ไว้ 3 ประเด็นหลัก
เสียงดนตรีไทยและกระดิ่งปริศนา ที่ในอดีตช่วงยามเย็น หรือช่วงวันพระและวันโกนยามดึก บรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านมักได้ยินเสียงดนตรีไทย มโหรีปี่พาทย์ และเสียงกระดิ่งดังแว่วออกมาจากภายในภูเขา
ตำนานยืมถ้วยชามโบราณ เชื่อกันว่าในอดีตชาวบ้านสามารถเข้าไปยืมถ้วยชามจากภายในถ้ำมาใช้ในงานบุญของหมู่บ้านและนำกลับไปคืนได้ แต่ต่อมามีคนนำถ้วยชามใบอื่นมาคืนแทนของเดิม ทำให้ปากถ้ำปิดตัวลง ไม่สามารถเข้าไปนำสิ่งของออกมาได้อีก ซึ่งปัจจุบันยังคงมีเศษถ้วยชามเก่าบางส่วนเก็บรักษาและบูชาไว้ที่วัดในพื้นที่
เส้นทางลอดใต้ภูเขาเชื่อมวัดธงหงส์ ที่เชื่อว่าถ้ำแห่งนี้ในอดีตเป็นถ้ำใต้ดินโบราณของวัดธงหงส์ มีช่องทางยาวลอดผ่านใต้ภูเขาไปออกบริเวณหน้าวัดธงหงส์ โดยสอดคล้องกับประวัติพื้นที่ซึ่งเล่าว่าเคยมีหงส์บินมากินน้ำบริเวณบึงหลัง อบต.กะเฉด (ปัจจุบันเป็นสระน้ำ) และเคยมีน้ำไหลผ่านเส้นทางดังกล่าว แต่เมื่อพื้นที่เปลี่ยนเป็นสวนเกษตร ดินและตะกอนจึงทับถมปิดเส้นทางตามกาลเวลา
ชาวบ้านต้องการให้ยื่นเรื่องระดับจังหวัด ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
เดิมชาวบ้านเพียงต้องการกลับมาดูสถานที่ที่เคยวิ่งเล่นในวัยเด็ก แต่เมื่อพบโพรงถ้ำที่ยังคงปรากฏอยู่จริง จึงเกิดกระแสความตื่นตัวในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายเฉลียว ราชบุรี รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง (เสื้อขาว) เล่าว่า จากเรื่องเล่าและตามความเชื่อของชาวบ้าน ตนก็ได้สอบถามและศึกษามา ก็จะมีเรื่องเล่าแบบนี้ เช่นในตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง หรือ ทัพม้า พอไปสำรวจดู เรื่องเล่าก็สอดคล้องกัน ซึ่งก็เหมือนกับวัดธงหงส์ในชุมชนแห่งนี้
นางธมวรรณ์ เสียงประเสริฐ อายุ52 แพทย์ประจำตำบลกระเฉด (ใส่หมวก) ยืนยันว่า แม่ของตนได้ยินเสียมโหรีปี่พาทย์ ดังลั่นไปทั่วชุมชน ซึ่งตนก็นับถือและขอพรก็ประสบความสำเร็จทุกครั้ง
เบื้องต้น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ร่วมกับฝ่ายปกครอง เตรียมนำข้อมูลเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและนายอำเภอเมืองระยอง เพื่อประสานงานร่วมกับ กรมศิลปากร และ กรมทรัพยากรธรณี นำผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจโครงสร้างทางธรณีวิทยา ตรวจสอบความปลอดภัยภายในถ้ำ และค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อพิสูจน์ว่าภายใต้เรื่องเล่านี้มีเส้นทางหรือหลักฐานโบราณใดซ่อนอยู่ พร้อมผลักดันต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของชุมชนต่อไป



































