


เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก ณ วัดมาบข่ากลุ่มแรงงานชาวเมียนมารวมตัวตั้งวงดื่มสุรากันจนเมาได้ที่เกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทรุนแรงถึงขั้นลงมือฆ่ากันเสียชีวิตก่อนชาวจีนขับรถนำร่างผู้เสียชีวิต จะส่งโรงพยาบาลแต่ขณะนั้นเสียชีวิตก่อนจึงแวะวัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งลงพื้นที่สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนาและ กู้ภัยสยามระยอง รับแจ้ง จาก พระ ที่วัดมาบข่า แจ้งมีชายถูกฆาตกรรม แล้วนำมาที่วัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับพระภิกษุและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก หลังมีรายงานการพบศพผู้เสียชีวิตถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาทิ้งไว้ภายในบริเวณวัด
เมื่อเจ้าที่กู้ภัยมาถึงขนาดนั้นมีฝนตกลงมาจึงได้นำผ้าใบมาคลุมที่รถกระบะ สีบรอนซ์ 4 ประตูข้างในนั้นมีแรงงาน พม่าเสียชีวิต 1 ราย และมีกลุ่มแรงงานพากันวิ่งหนี
ด้านนายสมจิตรเจ้าหน้าที่ กู้ภัยสยามระยองเล่าว่า กลุ่มแรงงาน มีทั้งคนจีนและพม่าขับรถมาด้วยกัน 2 คันมีรถเก๋ง 1 คันและรถกระบะที่ขนส่งมา 1 คัน รวมแล้วประมาณ 5 คน ขับรถเอาศพมาไว้ที่วัดต้องการจะเผา พระจึงถามที่มาที่ไปแต่ดูมีพิรุธจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบจากนั้นพอเขาเห็น เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทั้งคนจีนและพม่าต่างพากันวิ่งหนีซึ่งตนเองจับได้คนจีน 2 คน ส่วนพม่าอีกคนนึง จับได้อยู่ที่วัด จากนั้นจึง มาสอบถาม เขาก็แจ้งว่า พม่า นั่งกินเหล้าแล้วทะเลาะกัน ซึ่งพิกัดแคมป์คนงานนั้น ทางแรงงานยังไม่บอก ว่าอยู่บริเวณพิกัดไหนแต่คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณแถวๆนี้ แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีแคมป์คนงานอยู่หลายแคมป์
หญิงสาวรายหนึ่งเล่าว่า จากที่ได้คุยกับ คนจีน เสื้อสีดำ ว่า คนจีนเสื้อดำและเสื้อฟ้า ขับรถเก๋งมาด้วยกัน คนจีนเสื้อขาวโทรหาจีนเสื้อดำ เล่าว่า ในแคมป์เกิดเหตุ พม่ากินหล้าแล้วแทงกันตาย คนที่ก่อเหตุหนีไปแล้ว จีนเสื้อขาวก็ถามจีนเสื้อดำว่า รู้จักวัดแถวไหนบ้าง ให้พามาหน่อย และก็ส่งโลเคชั่นพากันมาที่นี่ เมื่อมาถึง ฝั่งกระบะมาถึงก่อน พากันมา 3 คน (ไม่รวมคนตาย) จีนเสื้อดำจึงไปติดต่อพระ และโทรหาตำรวจ แต่บางคนเห็นกู้ภัยก็วิ่งหนี ตนก็บอกไม่ต้องหนี จนกู้ภัยตามจับมาได้
นายเปา อายุ 42 ปี ชาวจีน ( เสื้อคลุมสีดำ)
เล่าว่า พวก ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้น คนงานพม่าตั้งวงกินเหล้ากันแล้วก็ทะเลาะกันก็แทงกัน ส่วนคนแทงนั้นวิ่งหนีไปแล้ว ตนและเพื่อนอีก 2 คน(รวมเป็น3คน) เดิมตั้งใจจะพาผู้เสียชีวิตไปโรงพยาบาลแต่เขาเสียชีวิตแล้วจึงพามาที่วัด
เมื่อถูกซักถามถึงรายละเอียดเชิงลึกว่าเหตุใดจึงต้องนำศพมาเผาหรือทำลายหลักฐาน นายเปาตอบว่าตนไม่รู้เรื่อง
ด้านพระภิกษุและพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ในวัด ให้การสอดคล้องกันว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. โดยมีกลุ่มแรงงานมาขับรถยนต์เข้ามาจอดภายในบริเวณวัดด้วยท่าทีมีพิรุธและน่าสงสัย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี พร้อมประสานชุดสืบสวนเร่งแกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจ





































