


ผวาหนัก! สาววัย 51 ปี ร้อง สภ.มาบตาพุด ล่าตัวกระบะหัวร้อน เปิดไฟสูง-บีบแตรด่ากราด แถมทำท่าชักอาวุธขู่กลางถนน ยืนยันเอาผิดถึงที่สุด
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 นางสาวแสงเดือน (นามสมมุติ) วัย อายุ 51 ปี นำหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าบ้าน ริมถนนสายโขดหิน-เขาไผ่ เขตเทศบาลนครมาบตาพุด เมืองระยอง เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด เพื่อให้เร่งติดตามตัวชายคนขับรถกระบะหัวร้อนรายหนึ่ง มาดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากก่อเหตุพูดจาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคามริมถนนหน้าบ้านพัก
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.40 น. ของวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นขณะที่นางสาวแสงเดือนกำลังขับรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล เตรียมถอยเข้าจอดบริเวณหน้าบ้านพัก โดยมีลูกชายออกมายืนโบกรถและขยับรถจักรยานยนต์เปิดทางให้ ระหว่างนั้นมีรถเก๋งสีขาวที่ขับมาทางตรงได้ช่วยชะลอความเร็วให้ แต่กลับมีรถกระบะสีขาวขับตามหลังมา บีบแตรส่งเสียงดังสนั่นและเปิดไฟสูงใส่
เมื่อเธอลงมาจากรถ หนุ่มรถกระบะคู่กรณีกลับตะโกนต่อว่าอย่างรุนแรงว่า “ถอยรถไม่ดูเลยหรอ” แม้ทางลูกชายจะช่วยอธิบายว่ามีคนยืนโบกรถให้สัญญาณตลอด แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมจบ ได้ถอยรถกลับมาด่าทอซ้ำเรื่องไม่เปิดไฟผ่าหมาก พร้อมท้าทายให้เปิดกล้องวงจรปิดดู และถามข่มขู่ว่า “มีปัญหาอะไรไหม” ก่อนจะแสดงท่าทางลักษณะคล้ายเอื้อมมือไปชักอาวุธขู่เพื่อจะเอาเรื่อง ทำให้สองแม่ลูกเกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
นางสาวแสงเดือน เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า อาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่า 10 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ตอนแรกตั้งใจจะลงไปขอโทษเพราะเกรงว่าถอยรถไปเฉี่ยวชน แต่กลับต้องมาเจอพฤติกรรมกร่างข่มขู่ ที่ถือเป็นภัยสังคมที่อันตราย ซึ่งหากคู่กรณีมีอาวุธจริงอาจเกิดความสูญเสียขึ้นได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ได้ตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พร้อมชี้แจงว่าคู่กรณีไม่มีสิทธิ์ใช้อารมณ์โวยวายหรือข่มขู่ผู้อื่นเช่นนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าว เพื่อติดตามตัวคนขับมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป






































