


ทำแผนระทึกกลางเมืองระยอง ตำรวจรวบทันควัน คนร้ายคลั่งแทงคอชิงกระบะเพื่อน สารภาพอ้างบันดาลโทสะ พบประวัติเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าที่หน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยองนำผู้ก่อเหตุแทงคอ เพื่อนแล้วชิงรถกระบะหลบหนีไปมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
สืบเนื่องจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองระยอง เมื่อคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย นายณรงค์ฤทธิ์ เครือคำ อายุ 50 ปี โดยแทงเข้าที่บริเวณลำคอ ไหปลาร้าด้านซ้าย และมือขวา ก่อนจะชิงรถยนต์กระบะ Isuzu D-Max 4 ประตู สีดำ ของผู้เสียหายแล้วขับหลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองระยอง เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วนเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 2, สืบสวนจังหวัดระยอง, เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ปากพลี
การติดตามผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันกดดันและปิดล้อมทุกเส้นทาง จนกระทั่งพบว่าผู้ก่อเหตุได้นำรถกระบะคันที่ชิงมาไปทิ้งไว้ที่ บขส.จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะหนีไปกบดานที่จังหวัดนครนายก เมื่อเห็นว่าสิ้นหนทางหลบหนีจึงยอมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในที่สุด
ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายสราวุธ สิงห์ทอง อายุ 43 ปี
***จากการสอบสวนเชิงลึกของ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง ระบุว่า ตำรวจได้ติดตามกดดันจนกระทั่งผู้ต้องหาจนมุมจนยอมให้จับกุม เนื่องจากเห็นว่าไม่น่ารอด ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมยังพบอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ในพื้นที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.45 น. ที่ผ่านมาด้วย
จากการคุมตัวทำแผนฯ อ้างขัดแย้งส่วนตัว-บันดาลโทสะ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสราวุธ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยในคดีชิงรถกระบะนั้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าลงมือจริง แต่อ้างว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ เนื่องจากมีปากเสียงและถูกผู้เสียหายพูดจาข่มเหงขณะอยู่ในรถ ส่วนการชิงรถหลบหนีไปนั้นไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าทั้งคู่รู้จักกันมาได้ประมาณ 2-3 วัน ส่วนสาเหตุยังคงมีความคลาดเคลื่อนระหว่างคำให้การของผู้เสียหายและผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผนฯ ต่อในคดีวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านค้าชุมชนแห่งหนึ่งในตำบลตะพง โดยผู้ต้องหาได้รับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุขณะเข้าไปทำทีขอซื้อน้ำและสบโอกาสวิ่งราวทรัพย์สินของป้าเจ้าของร้าน พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุในคดีแรกนั้น ตนได้นำไปจำนำไว้เรียบร้อยแล้ว และเงินที่ได้จากการก่อเหตุได้นำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ชาวบ้านโล่งอก แห่ชมตำรวจทำงานไว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้านพนักงานร้านสะดวกซื้อในจุดเกิดเหตุเปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนร้ายรุนแรงเกินไปและไม่น่าเกิดขึ้นในชุมชน ขณะที่ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ได้มามุงดูการทำแผนฯ ต่างแสดงความโล่งใจและเอ่ยปากชมเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองระยองที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากก่อนหน้านี้หวาดผวาจนต้องล็อกประตูบ้านอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวอันตราย
อย่างไรก็ตามทาง สภ.เมืองระยอง ขอยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในทุกพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขและปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง


































