


ขยะก่อสร้าง Data Center ถูกแอบมาทิ้งจนชาวบ้านผวาชนวนใยแก้วหรือใยหิน ล่าสุดผลตรวจชัดเป็นใยแก้ว สั่งเร่งขนย้ายออกด่วน



เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 กันยายน ณ ห้องประชุมชั้น 3 สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เทศบาลตำบลบ้านฉาง ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง และสาธารณสุขอำเภอ ได้ร่วมกันประชุมหารือแนวทางและรายงานผลการปฏิบัติการ กรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการนำขยะก่อสร้างมาทิ้งในพื้นที่ซอย 6 และซอย 7 หมู่ 3 ตำบลบ้านฉาง จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้าน
พล.ต.ท.อิทธิพร เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนและสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ซึ่งจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบบ่อขยะเถื่อนที่มีการลักลอบนำขยะ ไซต์งาน ก่อสร้าง และขยะทั่วไปเข้ามาฝังกลบ โดยพบถังสารเคมี ถังสี โฟม และวัสดุก่อสร้างปะปนอยู่จำนวนมาก แม้ปัจจุบันจะเหลือเศษใยแก้วในพื้นที่ไม่มากนัก
เบื้องต้นเทศบาลตำบลบ้านฉางได้เปรียบเทียบปรับตามเทศบัญญัติ พ.ร.บ.ขยะมูลฝอย เป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บ้านฉาง ในข้อหารับกำจัดขยะโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท อีกทั้งได้สั่งควบคุมผู้รับเหมาต้นทางไม่ให้นำขยะมาทิ้งเพิ่มเติม และกำชับให้นำขยะทั้งหมดออกไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว
ด้านเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษระบุว่า จากการตรวจพิสูจน์ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดยืนยันว่า วัสดุสงสัยไม่ใช่ใยหินที่เป็นสารอันตรายร้ายแรง แต่เป็น “ใยแก้ว” หรือฉนวนกันความร้อนที่ใช้ตกแต่งผนังและหลังคาอาคาร แม้จะมีปริมาณไม่มากแต่จัดเป็นขยะมลพิษควบคุมที่ต้องมีการคัดแยกและกำจัดตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ขณะที่ นายนิรันดร์ ปรัญชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง สั่งการให้บริษัทรับขนย้ายขยะประสานงานกับเทศบาลเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ภายใต้การควบคุมเข้มงวด
ทั้งนี้จากตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมารายนี้เคยยื่นขออนุญาตขนทิ้งขยะแล้ว แต่เทศบาลปฏิเสธเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดิน ภ.บท. 5 ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เฉพาะการเกษตรและอยู่อาศัยเท่านั้น จึงจะเร่งติดตามตัวผู้รับเหมามาสอบสวนดำเนินคดี
ด้าน นายแซม (สวมเสื้อยึดสีแดง) ลูกชายผู้ครอบครองพื้นที่ ภ.บท. 5 จุดเกิดเหตุ ได้ออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษสังคม รวมถึงชาวบ้านในชุมชน โดยชี้แจงว่าทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากอยากได้ดินมาถมปรับพื้นที่หลุมลึกเพื่อเตรียมสร้างบ้านพักในอนาคต
*** พร้อมตอบโต้กระแสข่าวในสื่อท้องถิ่นที่ระบุว่ามีขยะสูงถึงแสนตันและเดือดร้อนทั้งตำบลว่าเกินจริง โดยย้ำว่ามีชาวบ้านเพียง 2 หลังคาเรือนใกล้เคียงเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตนเคยห้ามไม่ให้เข้ามาเก็บรื้อค้นขยะในพื้นที่
จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ยายสองท่านเปิดเผยว่า ไม่ได้มีอาการผื่นคันแต่อย่างใดเนื่องจากไม่เคยเข้าไปใกล้บ่อขยะ แต่สังเกตเห็นรถบรรทุกสิบล้อวิ่งนำขยะเข้ามาทิ้งเพียง 2–3 เที่ยวเท่านั้น ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่ในซอยมีอาชีพเก็บของเก่าขายเป็นหลัก
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ว่า บริษัท Data Center ต้นเรื่อง ได้เรียกตัวผู้รับเหมาเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ไม่นำขยะไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน พร้อมออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ผู้รับเหมาเร่งขนย้ายขยะทั้งหมดออกจากพื้นที่ พร้อมฝากขอโทษชาวบ้านตำบลบ้านฉางทุกคนที่สร้างความกังวลใจและส่งผลกระทบต่อชุมชนด้วย






































