เปิดปม “ถ้ำหงส์” กลางสวนทุเรียนระยอง วัฒนธรรมจังหวัดลงพื้นที่เร่งประสานกรมศิลป์-ทรัพยากรธรณี พิสูจน์ปริศนาตำนาน 100 ปี
ระยอง – ปริศนาเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 100 ปี กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังชาวบ้านหมู่ 10 ตำบลกะเฉด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พบโพรงถ้ำโบราณขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่บริเวณริมเชิงเขาในสวนทุเรียนของนางเขียว (ซอยธงหงส์ – วัดสมานมิตร) ตรงกับจุดที่คนรุ่นเก่าเรียกว่า “ถ้ำหงส์”
ลงพื้นที่ตรวจสอบพบโพรงถ้ำและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้าปากถ้ำ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายอัครเดช ล่องดุริยางค์ กำนันตำบลกะเฉด ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน จึงมอบหมายให้นายประภาส สมสกุล สารวัตรกำนัน, นายวัชระ แสวงสวาท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 และนายวินัย เย็นประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 พร้อมชาวบ้านลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบโพรงถ้ำติดชายเขาเหนือบ่อน้ำ สภาพสมบูรณ์ ปากถ้ำกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ลึกลอดเข้าไปใต้ผืนดินประมาณ 2 เมตร และเห็นช่องทางมืดลึกที่น่าจะลอดต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม บริเวณปากถ้ำยังมีน้ำขังเป็นแนวยาว 3–4 เมตร กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของช่องทาง ทำให้ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจภายในได้ทันที
บริเวณหน้าปากถ้ำพบศาลเพียงตา ศาลเจ้าที่ รูปกินรี 2 ตัว และรูปปั้นหงส์ตั้งอยู่ ซึ่งชาวบ้านและผู้สูงอายุถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานท้องถิ่น นิยมมาจุดธูปบนบานศาลกล่าวตามความเชื่อ
ต่อมาในช่วงสายของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางวรรณี สุขสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองระยอง และชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเป็นทางการร่วมกัน
3 ตำนานเล่าขานสืบต่อกันมานับร้อยปี
จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ รวมถึงนายวินัย เย็นประเสริฐ, นายวัชระ แสวงสวาท, นางมารยาท ตันประเสริฐ (อดีตข้าราชการครู) และพระสายันต์ อายุ 70 ปี อดีตวัฒนธรรมตำบลกะเฉด ได้สะท้อนเรื่องราวความเชื่อที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ไว้ 3 ประเด็นหลัก:
เสียงดนตรีไทยและกระดิ่งปริศนา: ในอดีตช่วงยามเย็น หรือช่วงวันพระและวันโกนยามดึก บรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านมักได้ยินเสียงดนตรีไทย มโหรีปี่พาทย์ และเสียงกระดิ่งดังแว่วออกมาจากภายในภูเขา
ตำนานยืมถ้วยชามโบราณ: เชื่อกันว่าในอดีตชาวบ้านสามารถเข้าไปยืมถ้วยชามจากภายในถ้ำมาใช้ในงานบุญของหมู่บ้านและนำกลับไปคืนได้ แต่ต่อมามีคนนำถ้วยชามใบอื่นมาคืนแทนของเดิม ทำให้ปากถ้ำปิดตัวลง ไม่สามารถเข้าไปนำสิ่งของออกมาได้อีก ซึ่งปัจจุบันยังคงมีเศษถ้วยชามเก่าบางส่วนเก็บรักษาและบูชาไว้ที่วัดในพื้นที่
เส้นทางลอดใต้ภูเขาเชื่อมวัดธงหงส์: เชื่อว่าถ้ำแห่งนี้ในอดีตเป็นถ้ำใต้ดินโบราณของวัดธงหงส์ มีช่องทางยาวลอดผ่านใต้ภูเขาไปออกบริเวณหน้าวัดธงหงส์ โดยสอดคล้องกับประวัติพื้นที่ซึ่งเล่าว่าเคยมีหงส์บินมากินน้ำบริเวณบึงหลัง อบต.กะเฉด (ปัจจุบันเป็นสระน้ำ) และเคยมีน้ำไหลผ่านเส้นทางดังกล่าว แต่เมื่อพื้นที่เปลี่ยนเป็นสวนเกษตร ดินและตะกอนจึงทับถมปิดเส้นทางน้ำตามกาลเวลา
ยื่นเรื่องระดับจังหวัด ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
เดิมชาวบ้านเพียงต้องการกลับมาดูสถานที่ที่เคยวิ่งเล่นในวัยเด็ก แต่เมื่อพบโพรงถ้ำที่ยังคงปรากฏอยู่จริง จึงเกิดกระแสความตื่นตัวในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เบื้องต้น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ร่วมกับฝ่ายปกครอง เตรียมนำข้อมูลเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและนายอำเภอเมืองระยอง เพื่อประสานงานร่วมกับ กรมศิลปากร และ กรมทรัพยากรธรณี นำผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจโครงสร้างทางธรณีวิทยา ตรวจสอบความปลอดภัยภายในถ้ำ และค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อพิสูจน์ว่าภายใต้เรื่องเล่านี้มีเส้นทางหรือหลักฐานโบราณใดซ่อนอยู่ พร้อมผลักดันต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของชุมชนต่อไป



































