

เกิดเหตุระทึกขวัญเมื่อลางสังหรณ์ของน้องชายช่วยต่อลมหายใจให้พี่ชายป่วยซึมเศร้ารอดตายหวุดหวิด หลังห่วงเอากับข้าวมาส่งฝ่าสายฝน เปิดประตูช็อกเห็นภาพบาดตา พี่ชายใช้มีดปาดคอตัวเองนั่งจมกองเลือด คาดเครียดจากโรคประจำตัวรุมเร้า
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามระยองได้รับแจ้งเหตุบุคคลทำร้ายตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพักพื้นที่บ้านคลองทราย อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักชั้นเดียว บริเวณเก้าอี้ภายในบ้านพบร่างของชายชราอายุ 80 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน นั่งอยู่ในสภาพเอามือกุมบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณลำคอ มีเลือดไหลทะลักออกมาเป็นจำนวนมากจนท่วมตัวใกล้กันพบมีดทำครัวยาวประมาณ 1 ฟุตเปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อห้ามเลือด ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านฉางอย่างเร่งด่วน
จากการสอบถาม ชาย อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้บาดเจ็บ และเป็นผู้มาพบเหตุการณ์คนแรก เล่าให้ฟังด้วยอาการยังไม่หายตกใจว่า พี่ชายของตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังคนเดียว และมีอาการของโรคซึมเศร้า รวมถึงโรคประจำตัวตามวัย ก่อนเกิดเหตุภรรยาของตนได้ทำแกงเผ็ดหมูอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่บ้านพลา ซึ่งห่างจากบ้านพี่ชายประมาณ 2 กิโลเมตร
”พอแกงเสร็จ ภรรยาก็บอกให้ตักใส่ถุงเอามาให้พี่ชายกิน ตอนนั้นฝนกำลังตกหนัก ภรรยาก็บอกว่าให้รอฝนหยุดก่อนค่อยไป
*** แต่ในใจผมมันกระวนกระวายแปลกๆ เหมือนมีลางสังหรณ์หรืออะไรบางอย่างดลใจว่าต้องไปตอนนี้ รอไม่ได้ จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าสายฝนมาทันที”
เมื่อมาถึงบ้านพี่ชายได้เข้าไป ถึงกับช็อกทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นพี่ชายแท้ๆ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ จมกองเลือดอันน่าสยดสยอง โดยใช้มีดทำครัวปาดคอตัวเองจนเป็นแผลลึก ตนจึงตั้งสติและรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามระยองให้เข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากมาข้ากว่านี้เพียงเสี้ยวนาที พี่ชายอาจจะเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากไปแล้ว
อุทาหรณ์เตือนใจสังคมอย่าปล่อยผู้ป่วยซึมเศร้าไว้ลำพัง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตและสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญสำหรับทุกครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หรือผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง
ความโดดเดี่ยวคือชนวนเหตุ การปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียว ท่ามกลางความเครียดจากโรคภัยไข้เจ็บ อาจทำให้เกิดความคิดชั่ววูบและนำไปสู่การซ้ำรอยรุนแรงได้ ซึ่งน้องชายเผยว่า พี่ชายเคยพยายามกินยาฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง
การเอาใจใส่คือวัคซีนที่ดีที่สุด สมาชิกในครอบครัวจำเป็นต้องหมั่นแวะเวียนมาดูแล พูดคุย และสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็ดขาด เพราะสายสัมพันธ์และความห่วงใยอาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยดึงพวกเขากลับมาจากความมืดมนได้เช่นเดียวกับเหตุการณ์นี้






































