

ลูกสาวกางร่มให้ศพพ่อ
ในเหตุสลดใจปนซาบซึ้งเมื่อพบร่างบิดาวัย 79 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอกับเสาหน้าบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือการนำร่มไปกางให้ร่างอันไร้วิญญาณของพ่อ เพื่อไม่ให้เปียกปอนก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง และหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง ได้รับแจ้งเหตุชายสูงอายุแขวนคอเสียชีวิต ณ บ้านพักในตำบลวังหว้า เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบภาพที่บีบหัวใจคือร่างของ นายวิเชียร (นามสมมติ) สวมเสื้อลายทาง กางเกงขายาว แขวนคออยู่กับเสาไม้ใต้ชายคาบ้าน โดยมี “ร่มสีม่วง” คันหนึ่งผูกติดไว้กับเสาเพื่อกางกันฝนให้กับร่างผู้เสียชีวิต
สอบถามลูกสาวผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ตื่นเช้ามาท่ามกลางฝนตกหนัก เมื่อเดินออกมาหน้าบ้านก็ต้องช็อกเมื่อเห็นพ่อยืนนิ่งอยู่ข้างเสา เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ด้วยความรักและไม่อยากให้ร่างของพ่อต้องตากฝนกระเซ็นใส่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ จึงรีบไปหยิบร่มมากางให้เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมเรียกคนในบ้านให้มาช่วย
จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบกระดาษแผ่นใหญ่เขียนด้วยปากกาสีแดง วางอยู่บนโต๊ะไม้ใจความระบุว่า
”พ่อต้องขอโทษลูกด้วยที่พ่อต้องทำอย่างนี้… เกิดมาจนแก่แล้วไม่มีประโยชน์อะไร อยู่ไปก็มีแต่โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า พ่อตัดสินใจจบชีวิตเองไม่มีใครบังคับ
นอกจากนี้ในจดหมายยังสั่งเสียอย่างละเอียดให้ติดต่อญาติพี่น้องคนใดบ้าง และระบุขั้นตอนการจัดการศพว่าให้ส่งไปชันสูตรที่ รพ.แกลง ก่อนจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด และกำชับว่า “สวด 3 คืนพอ แล้วเผาเลย” ลงชื่อ วิเชียร
ญาติระบุว่า นายวิเชียรล้มป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง และล่าสุดตรวจพบว่าเป็น โรคไตระยะที่ 3 ทำให้กินอะไรไม่ได้และเกิดภาวะเครียดสะสม ประกอบกับไม่อยากเป็นภาระให้ลูกหลานดูแล จึงตัดสินใจทิ้งจดหมายสั่งเสียและก่อเหตุดังกล่าว
หลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรเบื้องต้นและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ได้มอบร่างให้กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลแกลงเพื่อดำเนินการตามเจตนารมณ์ของผู้ตายที่เขียนไว้ในจดหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามหากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับความเครียดหรือปัญหาทางใจ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



































