


วิกฤตน้ำมันแพงพ่นพิษ เจ๊ยาร้านจักรยานชื่อดังย่านมาบตาพุด ตัดใจหั่นราคาสินค้าเกือบครึ่ง หวังช่วยชาวบ้านลดค่าใช้จ่าย ชวนเปลี่ยนจากบิดมอเตอร์ไซค์มาปั่นจักรยานแทน ได้ทั้งประหยัดและสุขภาพ
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าขายบริเวณสี่แยกมาบตาพุด จ.ระยอง ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่
เจ๊ยา อายุ 60 ปี เจ้าของร้านจักรยานกัญญารัตน์ เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่แฝงด้วยความเห็นใจลูกค้าว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาและน้ำมันแพงเช่นนี้ ตนเข้าใจดีว่าทุกคนลำบาก รายได้น้อยลงแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจ “ลดราคาล้างสต๊อก” เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ
จักรยานขนาด 24 นิ้ว จากเดิม 2,500 บาท ลดเหลือเพียง 1,700 บาท
จักรยานรุ่นทั่วไปจากเดิม 1,500 บาท ลดเหลือเพียง 1,000 – 1,200 บาท
”อยากให้คนไทยหันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางระยะใกล้ในชุมชน นอกจากจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไม่ต้องง้อน้ำมันแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดีเป็นการตอบแทนด้วย เป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้” เจ๊ยาเผยความในใจ
ขณะที่เสียงสะท้อนจาก “เด็กปั๊ม” ในพื้นที่ติดโรงแยกก๊าซธรรมชาติริมถนนสุขุมวิท เขตเทศบาลนครมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง ระบุว่ารู้สึกสงสารลูกค้าทุกครั้งที่เห็นราคาน้ำมันปรับขึ้นบนป้ายดิสเพลย์ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ราคามักจะขยับตัว ยอมรับว่าหากใครที่พอจะปรับเปลี่ยนมาใช้จักรยานได้ในชีวิตประจำวันก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี แม้ว่ากลุ่มพนักงานโรงงานที่ต้องเดินทางไกลจะยังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตามนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวการสู้ชีวิตและน้ำใจของคนค้าขายที่พยายามปรับตัวและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตพลังงานเช่นนี้ ซึ่ง มีการ ประกาศ ผ่านทาง facebook ต่างๆ ระบุว่า เวลา 05.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 69 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง มีการปรับตัวอีกครั้ง โดยกลุ่มดีเซลขึ้น 1.8 บาท กลุ่มเบนซินขยับ 1 บาท




































