


วิกฤตของแพงพ่นพิษ! พ่อค้าแม่ค้าตลาดเทพจินดา บ้านฉาง โอดต้นทุนพุ่งรายวัน ทั้งหมู ปลา น้ำมันพืช ยันถุงพลาสติก แต่ยังต้อง “ตรึงราคา” ประคองลูกค้าที่กำลังซื้อหดหาย ฝากรัฐบาลเหลียวแลประชาชนบ้าง อย่ามองแค่พวกพ้อง
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ช่วงสายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจาก ตลาดสดเทพจินดา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบว่าการค้าขายค่อนข้างเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด พ่อค้าแม่ค้าต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ต้นทุนวัตถุดิบ “พาเหรด” กันขึ้นราคาจนแทบไม่เหลือกำไร
ต้นทุน “แฝง” ที่มองไม่เห็น
จากการสำรวจพบว่า นอกจากวัตถุดิบหลักแล้ว สิ่งที่กระทบหนักคือ “ต้นทุนแฝง” เช่น:
ถุงพลาสติก ถุงหิ้วที่จากเดิมห่อละ 38 บาท พุ่งสูงถึง 48-58 บาท
น้ำมันพืชปรับขึ้นจากลิตรละ 45 บาท เป็น 50 บาท
ก๊าซหุงต้มขยับราคาต่อเนื่อง
เขียงหมูและแผงปลา: ราคาเนื้อหมูขยับขึ้นเกือบทุกวัน โดยเฉพาะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 15 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปลานิลและปลากะพงคาดว่าจะปรับขึ้นอีกในเร็วๆ นี้ แต่พ่อค้าแม่ค้ายังต้องขายราคาเดิม เช่น หมูเนื้อแดง 150 บาท เพราะหากขึ้นราคาเพียงนิดเดียว ลูกค้าที่มีกำลังซื้อน้อยอยู่แล้วจะหายไปทันที
แม่ค้าขนมหวานและเครื่องดื่มระบุว่าน้ำตาลและแป้งเริ่มขยับตามมา แม้จะอยากลดความหวานเพื่อประหยัดต้นทุนน้ำตาลก็ทำไม่ได้ เพราะเสียรสชาติ “ต้องยอมขาดทุนกำไรเพื่อให้ลูกค้ายังอยู่ได้”
แม่ค้าอาหารปรุงสำเร็จเผยความในใจสุดช้ำว่า ต้องกัดฟันขายราคาเดิม 20-30 บาท เพราะสงสารคนซื้อที่ค่าแรงยังเท่าเดิม แต่ของทุกอย่างแพงขึ้นหมด
ทางด้านผู้บริโภคที่มาเดินตลาด ต่างสะท้อนความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยขอให้รัฐบาลหันมาดูแลปัญหาปากท้องในระดับฐานรากอย่างจริงจัง
ชาวบ้านลูกค้ารายหนึ่งกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า สถานการณ์ตอนนี้เหมือนคนหาเช้ากินค่ำถูกปล้น และอยากให้ผู้บริหารประเทศนึกถึงประชาชนให้มากกว่าพวกพ้องของตนเอง





































