


วันที่ 27 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ถึงบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซาอย่างหนัก หลังรัฐบาลประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งผักสดและเนื้อไก่พาเหรดขึ้นราคาตามต้นทุนขนส่ง ทำเอาพ่อค้าแม่ค้าโอดครวญแบกรับภาระไม่ไหว ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
นายอ้วน อายุ 57 ปี พ่อค้าขายไก่ย่าง เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งราคาไก่จากร้านส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นบวกกับค่าน้ำมันที่แพงระยับ ทำให้กำไรหดหาย เมื่อสอบถามถึงประเด็นที่รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนหันไปเลี้ยงไก่ ปลูกผัก กินเองเพื่อลดรายจ่าย ลุงอ้วนสวนกลับทันทีว่า
“เลี้ยงได้ครับ แต่มันต้องใช้เวลาและต้องซื้อหัวอาหารสัตว์ กว่าไก่จะโต กว่าปลาจะโต ไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนรัฐบาลพยายามผลักภาระมาให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง ทั้งที่ตอนหาเสียงบอกจะทำให้เรารวย แต่ตอนนี้มีแต่จนลงและหนี้สินเพิ่มขึ้น”
นอกจากนี้ ลุงอ้วนยังตัดพ้อถึงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงว่า ปกติจะเดินทางกลับบ้านเกิดทุกปี แต่ปีนี้ได้บอกทางบ้านไว้แล้วว่า “ไม่กลับ” เนื่องจากไม่มีเงินสู้ค่าเดินทาง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่แพงจนแตะต้องไม่ได้ เงินที่จะใช้เติมน้ำมันกลับบ้านสู้เก็บไว้ประทังชีวิตในยามยากดีกว่า
กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ อ.บ้านค่าย วอนส่งเสียงสะท้อนไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันโดยด่วน เพราะน้ำมันคือต้นทุนหลักของทุกอย่าง หากราคาน้ำมันขึ้นแล้ว สินค้าอื่นๆ จะปรับตัวตามทันที และที่สำคัญคือ “เมื่อขึ้นแล้วไม่มีทางลง”
ชาวบ้านทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ฝากไปถึงผู้นำประเทศว่า “ที่เคยบอกว่าเราจะรวย ไม่รู้ว่าจะรวยตอนไหน นายกฯ ช่วยบอกที” เพราะปัจจุบันชาวบ้านแทบจะมองไม่เห็นอนาคตท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงลิ่วเช่นนี้




































