


แม่ค้า ส้มตำสุดเซ็งข้าวของแพงขึ้นมิจฉาชีพยังหลอกกินฟรีแถมของเงินสดอีกต่างหาก ปกติไม่เคยพลาดแต่นี่มีเด็กมาด้วยไม่คิดว่าจะโกหกกัน หลังจากแจ้งความพบประวัติอื้อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้าน ส้มตำลาบยโส ครัวเฒ่าเมืองยศเพื่อพบกับ นางสาวสุชาดา อายุ 39 ปี เจ้าของร้านที่ยังอยู่ในอาการเสียความรู้สึก โดยเธอเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 เมษายน เวลาประมาณ 18.16 น.
มีหญิงสาวผมสั้น ขี่รถจักรยานยนต์สีม่วงมากับเด็กชายอายุประมาณ 7 ขวบ เข้ามาสั่งน้ำตกหมู ปลาดุกย่าง ส้มตำและน้ำอัดลม รวมเป็นเงิน 220 บาท หลังจากกินเสร็จ หญิงคนดังกล่าวได้เอ่ยปากขอ แลกเงินสดเพิ่ม 100 บาท โดยอ้างว่าจะพาลูกไปซื้อของที่เซเว่นฯ ที่อยู่ในปั๊มข้างๆ ร้าน รวมยอดที่ต้องโอนคือ 320 บาท
ปกติถ้าใครมาขอแลกเงินสดแบบนี้ ตนจะไม่ให้เด็ดขาด แต่เห็นว่าเขามีเด็กมาด้วย เลยหลงเชื่อเพราะคิดว่าคนเป็นแม่คงไม่ทำเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก
นางสาวสุชาดาเล่าต่อว่า ลูกค้าคนดังกล่าวได้ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ดูสลิป ซึ่งมีชื่อร้านและยอดเงิน 320 บาทตรงตามที่ตกลงกันไว้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อแฟนกลับมาและตรวจสอบยอดเงินในแอปพลิเคชันธนาคารอย่างละเอียด กลับพบว่า ไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวโอนเข้ามาเลย แม้จะเช็คในแอปฯ ของตัวเองซ้ำก็พบว่าถูกหลอกเข้าเสียแล้ว
หลังจากแฟนเจ้าของร้านได้โพสต์เรื่องราวเตือนภัยลงในกลุ่มโซเชียลในพื้นที่ ปรากฏว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาให้ข้อมูลจำนวนมาก พบว่าหญิงรายนี้มีพฤติกรรม ตั้งโอนเงินล่วงหน้า เพื่อโชว์สลิปให้ร้านค้าดู จากนั้นจึงกดยกเลิกรายการทันที ทำให้เงินไม่เข้าบัญชีผู้รับ
ตระเวนทำมาแล้วหลายร้านทั้งในเขต อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มักจะสั่งของแล้วขอแลกเงินสดเพิ่ม เพื่อให้ได้ทั้งของกินและเงินสดติดมือไปอีก
นางสาวสุชาดากล่าวทิ้งท้ายด้วยความท้อแท้ว่า ปัจจุบันวัตถุดิบทุกอย่างขึ้นราคา แต่ตนยังขายราคาเดิมเพราะสงสารลูกค้า กำไรก็น้อยอยู่แล้ว การมาทำแบบนี้ถือเป็นการซ้ำเติมคนหาเช้ากินค่ำอย่างมาก
หากไม่มีเงินจริงๆ มาขอกันกินดีๆ ยังรู้สึกดีกว่ามาหลอกกันแบบนี้ ฝากถึงผู้ก่อเหตุว่าให้นำเงินมาคืนเถอะ และขอให้หยุดพฤติกรรมนี้เสีย ยิ่งพาลูกมาด้วยแบบนี้ เด็กโตไปจะจดจำแบบอย่างที่ผิดๆ จากแม่ได้อย่างไร
และเมื่อช่วงเช้านี้ แฟนของตนจึงเดินทางไปยังสภบ้านฉางเพื่อนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวไป ทำ ทำความเสียหายให้ กับร้านอื่นอีก





































