


** จากกรณีที่ นายเอกหรือนายชวลิตถูก นายปรีชากล่าวหาว่าจะไป ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียน้อยของเขาให้เกิดเรื่องบานปลายบุกรุก เข้าบ้านเมียหลวง จนเกิดเป็นข่าวมาแล้ว ล่าสุดนายปรีชา สามีของผู้เสียหาย บุกเข้าบ้านเพื่อสนิทของนายเอกรามไปจนถึงใช้มีดฟันทำร้ายร่างกาย*****
ปมบุกรุกบ้านลามสู่เหตุทำร้ายร่างกาย หนุ่มแจ้งความถูกกระบะไล่ชน-มีดฟันแขนหวิดขาดเย็บ 30 เข็ม ขณะที่คู่กรณีโต้หนังคนละม้วน อ้างใช้มีดปอกทุเรียนป้องกันตัวหลังถูกล้อมกรีดกระจกรถแตก
เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเตือน อายุ 69 ปี พร้อมด้วย นายบอล อายุ 38 ปี บุตรชาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในสภาพร่างกายบอบช้ำ โดยนายบอลมีบาดแผลฉกรรจ์ที่แขนซ้ายลึกถึงเส้นเอ็นจนต้องเย็บกว่า 30 เข็ม พร้อมรอยถลอกตามร่างกายบริเวณหัวเข่าและขาทั้ง2ข้าง
จากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ซอย 10 สาย 15 ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
นายบอล เล่าว่า ความขัดแย้งเริ่มขึ้นตั้งแตช่วงเช้า ของวันที่ 9 เมษายน โดยฝ่ายคู่กรณีคือ นายปรีชา ได้เข้ามาหาเรื่องถึงบ้านและกล่าวหาว่าตนเป็นอันธพาลรวมถึงบุกรุกเข้าไปในบ้านของตนเพื่อตามหาเอกสารบางอย่าง
ซึ่งแม่ของตน สถานะปรีชาว่าจะเข้ามาทำไมเอกสารจะมาอยู่ในบ้านของตนได้อย่างไร
จนกระทั่งในช่วงดึกขณะที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้น นายปรีชาได้ขับรถกระบะไล่ตามมาและจงใจถอยรถชนจนรถของตนล้มคว่ำ เมื่อพยายามจะลุกขึ้นคู่กรณีก็ได้ใช้มีดฟันเข้าที่แขนอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งในจังหวะวิกฤตินี้นายบอลเชื่อว่าที่ตนไม่เสียชีวิตเป็นเพราะบารมีของพระเครื่อง “พระแก้วมรกต” ที่คล้องคออยู่ ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอันตรายถึงชีวิต
และตนก็เชื่อว่าที่เขามาหาเรื่องตนเพราะตนกับนายเอกนั้น สนิทกัน อาจจะเป็นเรื่องนี้ด้วยที่เขาพาล มาใส่
ทางด้านนายปรีชา ผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงผ่านวิดีโอคอลและหลักฐานภาพถ่ายรถกระบะที่เสียหลักตกข้างทางในสภาพกระจกแตก โดยให้ข้อมูลที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากนายบอลเป็นฝ่ายเข้ามาตีรถของตนก่อนจนกระจกแตกเสียหาย ในจังหวะที่รถเสียหลักตกไหล่ทาง ตนถูกอีกฝ่ายพยายามฉุดกระชากลงจากรถเพื่อทำร้าย จึงตัดสินใจใช้ “มีดปอกทุเรียน” เล่มเล็กที่วางติดไว้ในรถฟันสวนออกไปเพื่อเอาตัวรอด และปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้มีดเล่มใหญ่หรือมีดดาบตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ได้ลงบันทึกประจำวันและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเตรียมเรียกตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
เนื่องจากข้อมูลของทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งกันอย่างมาก เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป



































