


ระทึกสามแยกค่ายลูกเสือ รถรับส่งคนงานเบรกแตกพุ่งชนรถตู้ก่อนไถลอัดก๊อปปี้หน้าบ้านเรือนประชาชน พนักงานบาดเจ็บระนาว 17 ราย เจ้าของบ้านเชื่อบารมีย่าทวดช่วยปัดเคราะห์ ไม่ให้รถพุ่งทะลุเข้าตัวบ้าน
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 23 มีนาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญบริเวณ3แยก ค่ายลูกเสือ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยรถบรรทุก 6 ล้อสีฟ้า ซึ่งเป็นรถรับส่งพนักงาน เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านเรือนประชาชนและเสาไฟฟ้าริมทาง จนสภาพด้านหน้าพังยับเยิน หลังคาบ้านและโครงสร้างสังกะสีพังถล่มลงมาทับรถเก๋งที่จอดอยู่ภายในบ้านได้รับความเสียหาย
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพนักงานทั้งชายและหญิงที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บรวม 17 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 10 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูระยองและกู้ภัยสว่างพรกุศล เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ด้านนายอุดม อายุ 49ปี (ใส่พระ) คนขับรถ 6 ล้อ ให้การปฏิเสธเรื่องการฝ่าไฟแดง โดยอ้างว่าขณะขับลงเนินมาถึงช่วงทางแยก เป็นจังหวะไฟเขียวพอดี แต่รถเกิดปัญหาเบรกไม่อยู่ พยายามย้ำเบรกแล้วแต่เอาไม่อยู่จริงๆ จึงทำให้รถเสียหลักพุ่งไปเฉี่ยวชนกับรถตู้รับส่งพนักงานอีกคัน จนกระทั่งรถไถลไปชนการ์ดเลนและหยุดสนิทที่หน้าบ้านคน หลังจากนั้นได้พากันไปดูที่ท้องรถ คาดว่าเบรครถแตก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ขณะที่นายถวิน อายุ 57 ปี ชายเจ้าของบ้าน (เสื้อสีฟ้า) เปิดเผยด้วยความเชื่อส่วนบุคคลว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ เพราะจุดนี้เป็นทางสามแพร่งที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และครั้งนี้รถพุ่งมาแรงมากแต่กลับหยุดอยู่แค่หน้าบ้าน ไม่ทะลุเข้ามาในตัวบ้านที่มีคนอยู่ ตนเชื่อสนิทใจว่าเป็นเพราะวิญญาณของ “ย่าทวด” อดีตเจ้าของบ้านที่ล่วงลับไปแล้ว ช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายออกไปตามที่ตนเคยบอกกล่าวไว้เสมอว่าหากมีเหตุร้ายขอให้ย่าทวดช่วยปกป้อง
นายอภิชาติ อายุ 46 ปี คนขับรถตู้ (เสื้อน้ำเงิน) เล่าว่าตนมาจากทางเหมราช มุ่งหน้าเข้านิคมพัฒนา ด้านตนเป็นไฟเขียว ส่วนรถ6ล้อเป็นไฟแดงด้านหน้ามีรถจอดอยู่ 5-6คัน รถ6ล้อคันเกิดเหตุเขาไม่เบรค เบี่ยงขวาออกมาแล้วมาชนท้ายตน พุ่งชนเข้าบ้านคน
อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ส่งผลให้ไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวดับสนิท เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าต้องเร่งเข้าตัดกระแสไฟและซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




































