สามีใจเด็ดปล่อยแฮนด์รถคว้ากอดเมีย หลัง จยย. ลื่นหัวมันร่วงเกลื่อนถนนสาย 332



เกิดเหตุระทึกรับวันเกิด รถพ่วงฝาท้ายหลุด ทำหัวมันสำปะหลังร่วงเต็มถนน 2ตัน จยย.ลื่นล้มระเนระนาด 3 คันรวด ด้านสามีวัย 24 โชว์สปิริตรักแท้ ยอมทิ้งรถคว้าตัวภรรยากอดป้องกันอันตราย ขณะที่เจ้าของรถบรรทุกยืดอกรับผิดชอบทุกกรณี
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานอุบัติเหตุบนถนนสาย 332 มุ่งหน้าถนนสุขุมวิทแยกหัวสนามบินอู่ตะเภา ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกพ่วงทำหัวมันสำปะหลังตกหล่นเกลื่อนพื้นผิวจราจร เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรตามหลังมามองไม่เห็นลื่นล้มได้รับบาดเจ็บหลายราย
น.ส.จิฟ อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุ เล่าด้วยอาการยังตื่นตระหนกวา วันนี้ตรงกับวันเกิดของตนพอดี ก่อนเกิดเหตุตนและแฟนกำลังขับรถออกไปเติมน้ำมันและเตรียมจะไปรับเค้กวันเกิด โดยได้นำลูกสาว วัย4เดือน ไปฝากไว้กับคุณแม่ก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งถนนมืดมาก ทำให้มองไม่เห็นหัวมันที่ร่วงอยู่บนพื้น จังหวะที่เห็นรถคันหน้าล้ม รถของตนก็เสียหลักล้มตามทันที โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเพียงแผลถลอกเล็กน้อย
ด้าน นายฟลุ๊ก อายุ 24 ปี (สามีของ น.ส.จิฟ) เปิดเผยนาทีชีวิตว่า ในจังหวะที่รถเริ่มเสียหลักลื่นไถล ตนตัดสินใจปล่อยมือจากแฮนด์รถจักรยานยนต์ทันที เพื่อเข้าไปคว้าตัวกอดภรรยาไว้ให้แน่นที่สุด เพราะกลัวว่าภรรยาจะกระแทกพื้นจนได้รับบาดเจ็บหนัก ทำเอาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้สื่อข่าวถึงกับชื่นชมในความรักที่มีให้กันอย่างสุดหัวใจ
จากการสอบถามคนขับรถบรรทุกพ่วงต้นเหตุ ให้ข้อมูลว่า ตนบรรทุกหัวมันสำปะหลังมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อไปส่งโรงงานใน อ.บ้านฉาง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ตัวล็อคฝาท้ายกระบะพ่วงเกิดหลุดออกโดยไม่รู้ตัว ทำให้หัวมันน้ำหนักกว่า 2 ตัน ร่วงกระจายเต็มถนน จนกระทั่งมีพลเมืองดีขับรถตามไปแจ้ง ตนจึงรีบวนรถกลับมาตรวจสอบและยืนยันพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลให้ผู้บาดเจ็บทุกราย
นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ (สส.สปาร์ค) สส.ระยอง เขต 5 พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลตำบลในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกทันที โดยประสานรถไถจากบริษัท ชิโน-ไทย เข้ามาช่วยไถปรับเคลียร์หัวมันสำปะหลังออกจากผิวจราจร และยังมีรถดับเพลิงจาก อบต.สำนักท้อน เข้าฉีดล้างทำความสะอาดถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
สส.วัชรพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากถึงผู้ประกอบการขนส่งให้เข้มงวดตรวจสอบอุปกรณ์และฝาท้ายรถ และอื่นๆเกี่ยวกับตัวรถ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เคสนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีความสูญเสียถึงชีวิต ในยุคที่น้ำมันแพงและราคามันสำปะหลังตกต่ำ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้แค่ทำให้เสียกำไรแต่เรียกได้ว่าขาดทุนแน่นอน จึงอยากให้ระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมถนน




































