

อุทาหรณ์เถ้าแก่ เจ้าของรถแบคโฮแฉอดีตลูกน้องสายดาร์ก ให้โอกาสชุบตัว-พาบำบัด สุดท้ายแว้งกัดโกงน้ำมัน-หลอนยาทำร้ายพ่อ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสุวิทย์ กลิ่นสุวรรณ ผู้ประกอบการธุรกิจรถแบคโฮขนาดเล็ก ได้เปิดเผยเรื่องราวเตือนภัยเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนร่วมอาชีพและนายจ้างทั่วไป หลังตนเองต้องเผชิญกับพฤติกรรม “แว้งกัด” ของอดีตลูกน้องที่เคยให้โอกาสชุบตัวจากการติดยาเสพติด แต่สุดท้ายกลับหวนสู่วังวนเดิม ซ้ำยังก่อเหตุลักทรัพย์และทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว
นายสุวิทย์ เล่าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน “นายเอ” (นามสมมุติ) อดีตลูกน้องที่มีประวัติติดยาเสพติด ได้เข้ามาขอโอกาสทำงานด้วยความน่าสงสาร ตนจึงยอมรับเข้าทำงานภายใต้เงื่อนไขในหนังสือสัญญาว่าจะต้องเลิกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมามีการพาไปตรวจปัสสาวะอยู่บ่อยครั้งและนายเอก็ทำตามข้อตกลงได้ดีมาโดยตลอด
จนกระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา นายเอเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป และปฏิเสธที่จะให้ตรวจปัสสาวะ ตนจึงเริ่มเฝ้าสังเกตพฤติกรรม จนกระทั่งพบความผิดปกติเรื่องการทุจริตค่าน้ำมัน จึงได้ไปขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ซึ่งเป็นปั๊มที่ลูกน้องรายนี้ไปเติมเป็นประจำ
ปกติตนจะให้เงินลูกน้องคนละ 1,000 บาท เพื่อไปซื้อน้ำมันใส่ถังแกลลอนมาเติมให้รถแบคโฮที่จอดอยู่หน้างาน แต่จากภาพกล้องวงจรปิดพบว่า นายเอไม่ได้เติมน้ำมันใส่ถังจนครบจำนวนเงิน แต่กลับสั่งให้พนักงานปั๊มแบ่งน้ำมันส่วนที่เหลือเติมใส่รถยนต์ส่วนตัวของตัวเอง
ตอนแรกตนเรียกนายเอมาคุยและจะไม่ผิดให้เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเรียกมาเพียงตักเตือน
แต่อาการของนายเอกลับแย่ลงเรื่อย ๆ โดยช่วง 7-8 วันที่ผ่านมา นายเอเสพยาเสพติดอย่างหนัก จนกระทั่งวานนี้ พ่อของนายเอได้มาเล่าให้ตนฟังทั้งน้ำตาว่าถูกลูกชายเมายาทำร้ายร่างกายจนแขนหัก ขณะเดียวกันภรรยาของนายเอก็ได้แชทมาขอความช่วยเหลือว่านายเอเมายาอาละวาดและขู่จะทำร้ายร่างกายเช่นกัน
หลังจากนายเอลาออกไปแล้ว ได้ไปตระเวนสมัครงานที่อื่นและยังมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยเหมือนเดิม จนกระทั่งถูกผู้ประกอบการรายอื่นนำภาพและประวัติไปโพสต์ประจานในกลุ่มเฉพาะของเครือข่ายผู้ประกอบการรถแบคโฮ
นายสุวิทย์ เปิดเผยว่า ในกลุ่มผู้ประกอบการจะมีการตั้งเครือข่ายเอาไว้เช็คประวัติคนขับรถแบคโฮที่เป็น “มือปืนรับจ้าง” (พนักงานชั่วคราว) โดยจะใช้บัตรประชาชนส่งตรวจเช็คกับแอดมินกลุ่มว่าบุคคลนั้นเคยมีประวัติทิ้งงาน โกงเงิน หรือลักเล็กขโมยน้อยจากเถ้าแก่คนไหนมาก่อนหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้มักไม่เป็นคดีความอาญาทำให้ไม่มีประวัติในสารบบของตำรวจ รวมถึงเรื่องพฤติกรรมพัวพันยาเสพติดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ นายสุวิทย์ยังระบุอีกว่า นายเอได้ไปสร้างเรื่องกล่าวหาว่าตนค้างค่าแรงและไม่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นายเอได้เบิกเงินล่วงหน้าไปใช้ก่อนหน้านี้จนยอดบัญชียังติดลบค้างตนอยู่ถึง 6,000 บาทด้วยซ้ำ
ตนจึงอยากนำเรื่องราวนี้มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนายจ้างทุกคน ว่าการให้โอกาสคนที่เคยติดยาเสพติดเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะหลายคนไม่สามารถกลับตัวได้จริง สุดท้ายอาจจะสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินขององค์กร หรืออาจอันตรายถึงขั้นทำร้ายคนในครอบครัวเหมือนกรณีนี้”






































