

เสียงสะท้อนแรงงานกัมพูชา กลางสภาวะสงครามและมาตรการกวาดล้าง อยู่ที่ไทยมา 10 กว่าปี ไม่อยากกลับ อยากอยู่ทำงานต่อ เพื่อนร่วมชาติบางคนเกิน Visa หลบหนีทำงานต่อถูกเจ้าที่ตำรวจ จับ กว่า 60 คน อยากให้สงครามนี้ ยุติเร็วๆ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากอยู่ในสภาวะวิตกกังวล หลังทางการไทยเข้มงวดกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในมาตุภูมิที่ยังคงคุกรุ่น
หัวใจสลาย… เมื่อวีซ่าขาดในวันที่บ้านเกิดมีสงคราม
นายบอย แรงงานชาวกัมพูชาในชุดสีดำ ซึ่งเข้ามาทำงานในไทยนานกว่า 10 ปี เปิดเผยด้วยแววตาเศร้าสร้อยว่า แม้ตนจะมี MOU ถูกต้อง แต่เพื่อนร่วมชาติกว่า 60 ชีวิต กลับต้องถูกจับกุมเนื่องจากวีซ่าขาดอายุจากการกวาดล้างในโรงงานและแคมป์คนงาน
เมื่อถามถึงความรู้สึกหากต้องถูกผลักดันกลับประเทศในสภาวะที่มีสงคราม นายบอยถึงกับพูดไม่ออกพูดไม่ถูกเลย มันเดือดร้อนไปหมด ใจจริงอยากทำงานต่อที่นี่เพื่อหาเงินส่งให้ครอบครัว เพราะที่บ้านเกิดลำบากมากความหวังในวันประกาศหยุดยิง ทั้งไทยและ กัมพูชาจะตกลงกันได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตนเหตุนี้เกิดจากใครนายบอยถึงกับขอไม่ตอบเนื่องจากความกลัว
ในขณะที่วันนี้มีกระแสข่าวการประกาศข้อตกลงหยุดยิงในกัมพูชา นายรอน แรงงาน(ในชุดสีเทา) และนายบอย ต่างประสานเสียงเดียวกันว่ารู้สึกมีความหวังและอยากให้สงครามจบลงโดยเร็วที่สุด
นายบอยเผยว่า เขามีพ่อและแม่ที่แก่ชราคอยอยู่ที่บ้าน การได้ยินข่าวหยุดยิงทำให้ใจชื้นขึ้นบ้าง แต่ความกังวลเรื่องปากท้องยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เพราะการกลับไปในตอนนี้อาจหมายถึงการขาดรายได้เลี้ยงดูคนข้างหลัง
แม้จะเผชิญกับความยากลำบากทั้งจากกฎหมายและสงคราม แต่ทั้งนายบอยและนายรอนยังคงยืนยันที่จะสู้ต่อ ก่อนเดินทางออกจากสภ.บ้านฉาง ทั้งคู่ได้ยกมือไหว้ขอบคุณและให้กำลังใจกันเอง พร้อมทิ้งท้ายว่าถึงจะเหนื่อยและกลัวแค่ไหน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว แรงงานอย่างพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนทำงานต่อไปในผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้

































