


สาวไม่ยอมสะกิดสามี จับโจร10 บาท ลั่น! มูลค่าไม่สำคัญแต่ต้องเป็นอุทาหรณ์
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประเด็นที่คนในพื้นที่ให้ความสนใจ เมื่อกล้องวงจรปิดจับภาพ “หัวขโมย” รายหนึ่ง ทำทีเดินผ่านหน้าร้านขายของชำ ก่อนฉวยโอกาสตอนร้านปิดแอบฉกของมูลค่าเพียง 10 บาทไป แต่เจ้าของร้านเผย ไม่ยอมความ! รุดแจ้งความตำรวจทันทีเพื่อดัดนิสัยและเตือนภัยสังคม
วงจรปิดแฉพฤติกรรม “เดินเนียนแต่ตั้งใจ”
เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งใน ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นหญิงรายหนึ่ง เดินผ่านหน้าร้านที่มีการปิดประตูไว้ส่วนหนึ่ง จากนั้นได้ทำทีเป็นหยุดดูลาดเลา เมื่อสบโอกาสที่ไม่มีคนอยู่หน้าบ้าน จึงเอื้อมมือไปหยิบ “กระดาษที่พับไว้” (ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 10 บาท) แล้วเดินหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
”1 บาทก็คือเงิน” เจ้าของร้านรุดแจ้งความทันที
น.ส.สุรีรัตน์ (เจ้าของร้าน) เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเห็นพฤติกรรมดังกล่าว จึงรีบสะกิดสามีให้พาไปแจ้งความที่ สภ.มาบตาพุด ทันที แม้มูลค่าทรัพย์สินที่หายไปจะน้อยนิดเพียง 10 บาท แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องของ “นิสัย” และ “ความถูกต้อง”
”หนูไม่ชอบคนนิสัยแบบนี้ค่ะ เราปิดร้านอยู่แต่เขาถือวิสาสะมาหยิบของไป มันไม่สมควร และเราไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วหรือยัง ที่มาแจ้งความเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์และอยากดัดนิสัย ไม่ให้ไปทำกับร้านอื่นอีก” น.ส.สุรีรัตน์กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ตำรวจรับแจ้งความ ย้ำ! กฎหมายไม่จำกัดมูลค่า
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับเรื่องร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยระบุว่าการลักทรัพย์ถือเป็นความผิดทางอาญา ไม่ว่าทรัพย์สินจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
ฝากเตือนภัยร้านค้าและเพื่อนบ้าน
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับร้านค้าต่างๆ ว่าการติดตั้ง “กล้องวงจรปิด” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะภาพหลักฐานเพียงไม่กี่วินาทีสามารถใช้มัดตัวผู้กระทำผิดได้ และการไม่นิ่งเฉยต่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต

































