


โจรสาวใจกล้าบุกเดี่ยวยกเค้าบ้านพักสำนักท้อน กวาดทรัพย์สินเกลี้ยงทิ้งหลักฐานนั่งซดเครื่องดื่มชิลล์ เหยื่อวอนตำรวจเร่งล่าหวั่นย้อนรอยจัดหนักกว่านี้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเหตุลักทรัพย์อุกอาจในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หลังคนร้ายหญิงบุกเดี่ยวเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กวาดของมีค่าไปหลายรายการ สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้อยู่อาศัยในละแวกดังกล่าว
นายเก่ง อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ตนและภรรยาเดินทางไปตลาดนัดใกล้ที่พักเพียง 40 นาที เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนแรกไม่พบสิ่งผิดปกติ เพราะไม่มีร่องรอยการงัดแงะ แต่เมื่อเข้าไปในห้องเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่หิ้งพระ จึงสอบถามภรรยาจนทราบว่าไม่มีใครเคลื่อนย้ายองค์พระ
เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่าทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ประกอบด้วย พระเครื่องและพระพุทธชินราช ถังแก๊สปิกนิก (ถูกขโมยไปจากหลังห้อง)
เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว (ที่ภรรยาเพิ่งซื้อมาฝากและยังไม่ได้แกะใช้)
เครื่องดื่มชูกำลัง (M-150) ในตู้เย็น ถูกคนร้ายนำออกมาดื่มจนเกือบหมดขวดแล้ววางทิ้งไว้
ตนเก็บกุญแจบ้านไว้ในถุงมือแล้วใช้ไม้หนีบไว้หน้าบ้าน ยืนยันว่าไม่มีใครรู้แน่นอน นอกจากผมกับภรรยา แต่คนร้ายกลับรู้ที่ซ่อนและเปิดเข้าไปเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน
ทางด้าน นางสาวออย อายุ 43 ปี ภรรยา ซึ่งปกติทำงานอยู่กรุงเทพฯ และจะมาหาสามีเฉพาะวันหยุด เล่าว่ารู้สึกเสียใจเพราะของที่ซื้อมาฝากสามีถูกขโมยไปหมด แม้กระทั่งแก้วเก็บความเย็น จนสุดท้ายต้องไปซื้อเตาถ่านมาใช้ทำอาหารแทนเตาแก๊สที่ถูกยกไป
ขณะที่ นายไชยา อายุ 58 ปี เจ้าของห้องเช่า ยืนยันว่าที่นี่อยู่กันแบบเครือญาติ ไม่เคยมีเหตุลักทรัพย์มาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของชาวบ้านในพื้นที่ เผยให้เห็นพฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็น หญิงสาวแต่งตัวมิดชิดปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาขโมยของ โดยมีการนำถังแก๊สปิกนิกวางไว้ที่พักเท้าด้านหน้าก่อนขับหลบหนีไป
ล่าสุด ผู้เสียหายทั้งสองได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง เรียบร้อยแล้ว พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยขอวิงวอนให้ทางตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากคนร้ายรู้จุดเก็บกุญแจเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความหวาดระแวงว่าอาจจะย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าของที่เขาจะมาขโมยต่อไปจะเป็นของชิ้นใหญ่กว่านี้หรือทรัพย์สินมีค่าที่มากกว่านี้ด้วย

































