


ล่าระทึก! คนร้ายแฝงตัวเป็นลูกค้า สาดสารเคมี-ทุบสาวหมอนวดระยองปางตาย ก่อนชิงทรัพย์ iPhone หนีลอยนวล คดีผ่านมาหลายเดือนยังไร้วี่แวว
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง เมื่อนางสาวดวงตา (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี สาวผู้เสียหายที่เปิดห้องคอนโดมิเนียมให้บริการนวดแผนไทย ถูกคนร้ายแฝงตัวมาในคราบลูกค้าติดต่อขอใช้บริการนวดผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ หลังจากที่ลงโฆษณาหาลูกค้าเป็นอาชีพเสริมไว้ โดยมีการนัดหมายกันในราคาชั่วโมงละ 500 บาท แต่คนร้ายกลับเสนอให้ราคา 1,000 บาท จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2569 คนร้ายซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 29 ปี ได้เดินทางมาตามนัดโดยสวมหมวกคลุมศีรษะและใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ามิดชิด พร้อมกับถือแก้วน้ำเยติเข้ามาด้วย
หลังเสร็จสิ้นการนวด ผู้เสียหายได้เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างมือ แต่คนร้ายกลับผลักประตูตามเข้ามาอย่างกะทันหัน ก่อนจะนำสารเคมีเหลวที่เตรียมมาในแก้วน้ำสาดเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหายโดยตรง ส่งผลให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง ไม่เพียงเท่านั้น คนร้ายยังได้ใช้กำปั้นกระหน่ำทุบตีเข้าที่ใบหน้าและลงมือบีบคอจนผู้เสียหายแทบหมดสติ ในระหว่างที่ลงมือทำร้าย คนร้ายได้พูดจาข่มขู่ว่า “เมียตำรวจจ้างให้มาฆ่า” เนื่องจากผู้เสียหายไปยุ่งเกี่ยวกับสามีของคนอื่น ทว่าผู้เสียหายได้ปฏิเสธและร้องขอชีวิตอย่างสุดความสามารถ
เมื่อเห็นว่าเหยื่อหมดแรงสู้ คนร้ายจึงบังคับให้ผู้เสียหายแกล้งนอนสลบลงกับพื้นเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะลงมือรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้อง ได้เงินสดไปจำนวน 11,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ iPhone สีส้ม มูลค่า 59,959 บาท (รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 7 หมื่นบาท) แล้วจึงเดินหลบหนีออกจากคอนโดไปอย่างใจเย็น
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ชัยกฤต เตารัตน์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองระยอง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง โดยมีบาดแผลฉกรรจ์ ใบหน้าและดวงตาบวมปูดฟกช้ำดำเขียวอย่างน่าสยดสยอง ซึ่งมีค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 13,863 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายเดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อติดตามคดี
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยข้อมูลเบาะแสว่า หลังก่อเหตุคนร้ายได้สวมหน้ากากและหมวกอำพรางตัว เดินถือถุงกระดาษออกจากคอนโด (ปรากฏชัดในกล้องวงจรปิด) จากนั้นได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองระยองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อตัดตอนการติดตาม ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์อีกคันหลบหนีไป ซึ่งจุดดังกล่าวกล้องวงจรปิดมีความพร่ามัว ทำให้ยังไม่สามารถระบุตัวตนและจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในขณะนี้





































