


ปาฏิหาริย์มีจริง! หนุ่มใหญ่นิคมพัฒนา “คนเหนือดวง” รอดตายราวปาฏิหาริย์ รถเก๋งมุดท้ายเทรลเลอร์พังยับเหลือครึ่งคัน แต่เจ้าตัวแค่แผลถลอก
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุระทึกขวัญที่เกิดขึ้นบนถนนสาย 3191 เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (00.43 น.)ซึ่งกลายเป็นกระแสฮือฮาในกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยและประชาชนในพื้นที่ จากกรณีชายวัยกลางคนรอดชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรงมาได้โดยแทบไม่มีบาดแผล จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “คนเหนือดวง”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.43 น. อาสาสมัครกู้ภัยสยามระยอง ได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรระยอง ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก่งชนกับรถเทรลเลอร์ บริเวณจุดกลับรถใกล้ทางเข้าโรงงานแห่งหนึ่ง ถนนสาย 3191 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อเจ้าหน้าที่รุดไปถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ทอง สภาพหน้ารถมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถเทรลเลอร์เกือบครึ่งคัน หลังคาเปิดพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเต็มพื้นถนน ซึ่งหากดูจากสภาพรถแล้ว โอกาสที่คนขับจะรอดชีวิตนั้นมีน้อยมาก แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับพบว่า คนขับรถเก๋งซึ่งเป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40-50 ปี สามารถออกมาจากซากรถได้เองและยืนรอความช่วยเหลืออยู่
จากการตรวจสอบร่างกาย พบว่าผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย โดยมีเพียงบาดแผลฉีกขาดที่มือขวาเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งผู้บาดเจ็บมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและไม่ประสงค์ที่จะเดินทางไปโรงพยาบาล
นายวุ้น อาสาสมัครกู้ภัยสยามระยองที่เข้าช่วยเหลือ เปิดเผยว่า ตอนแรกที่ได้รับแจ้งและเห็นสภาพรถ คิดว่าผู้บาดเจ็บคงอาการสาหัสหรืออาจเสียชีวิต แต่พอมาถึงกลับเห็นเขายืนอยู่นอกรถแล้ว
”สภาพรถพังไปถึงครึ่งคัน มุดเข้าไปใต้ท้องเทรลเลอร์ขนาดนั้น แต่พี่เขามีแค่แผลที่มือ ผมว่าเขาคือคนเหนือดวงจริงๆ ที่รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์แบบนี้”
สาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้ คาดว่ามาจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทางเปลี่ยวและไฟส่องสว่างริมถนนดับสนิทตลอดเส้นทาง ทำให้คนขับมองไม่เห็นรถเทรลเลอร์ที่กำลังกลับรถ โดยในที่เกิดเหตุยังมีเรื่องราวดีๆ เมื่อคนขับรถเทรลเลอร์จากบริษัท AST ซึ่งขับผ่านมาพอดี ได้แสดงน้ำใจเป็นพลเมืองดี ช่วยใช้รถดึงรถเก๋งที่อัดก๊อปปี้ติดอยู่ใต้ท้องรถคู่กรณีออกมาให้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามทางรถยก ประจำสภ. นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ไม่ติดใจเอาความต่างฝ่ายต่างซ่อม จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพียงเท่านั้น




































