


สั่ง กปภ. งัด 3 มาตรการด่วนแก้ปัญหาน้ำประปาขุ่นดำ ย้ำต้องตรวจถึงหน้าบ้านประชาชน
วันที่ 18 มิ.ย. 69 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นการเร่งด่วน เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำประปาขุ่นและเกิดตะกอนเฉียบพลัน ณ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาบ้านฉาง พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 4 และ 5 ตำบลบ้านฉาง รวมถึงหมู่ที่ 3, 5, 6 และ 7 ตำบลพลา หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำประปาขุ่นดำเข้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 2,000 ราย
จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุหลักมาจากแรงสั่นสะเทือนหนักจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโครงการขุดเจาะวางท่อระบายน้ำและระบบไฟฟ้าส่องสว่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้สถานีผลิตน้ำ ประกอบกับมีความจำเป็นต้องทำการย้ายแนวท่อเมนประปาต้นทางเพื่อหลบแนวท่อระบายน้ำและรองรับโครงการปรับปรุงถนนบริเวณหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านฉาง ส่งผลให้ตะกอนภายในระบบท่อฟุ้งกระจายและกระทบต่อคุณภาพน้ำชั่วคราว



นายเจเศรษฐ์ ได้กำชับให้ กปภ. ดำเนินมาตรการฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างเคร่งครัดและเร่งด่วนที่สุดใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:
ด้านที่ 1: เร่งระบายตะกอนในเส้นท่อ ระดมทีมช่างเข้าไล่ตะกอนตลอดทั้งคืนรวมกว่า 50 จุด และดำเนินการซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีตะกอนตกค้าง ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ส่วนใหญ่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
ด้านที่ 2: ตรวจสอบคุณภาพน้ำเชิงรุก ส่งทีมนักวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจถึงหน้าบ้านประชาชน (อาทิ บริเวณสวนสุขภาพ ซอยโรงน้ำ สนามกีฬา หมู่บ้านสินทวีปาร์ค คลองทราย สวนตะกาด และพยูน) เพื่อยืนยันความสะอาดปลอดภัย ซึ่งผลการตรวจล่าสุดพบว่าคุณภาพน้ำกลับสู่เกณฑ์มาตรฐานแล้ว
ด้านที่ 3: บรรเทาทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดช่องทางประสานงานเชิงรุกผ่านสายด่วน PWA Contact Center 1662 เบอร์โทรศัพท์สำนักงาน และสื่อออนไลน์ พร้อมจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (Fast Move) เข้าแก้ไขปัญหาและจบงานในจุดเดียวเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
มุ่งเยียวยาประชาชน และวางแผนป้องกันระยะยาว
นอกจากนี้ มท.3 พร้อมคณะบริหาร และ ส.ส. ระยอง เขต 5 ได้ลงพื้นที่บริเวณหน้าสนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านฉาง เพื่อพบปะพูดคุยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำให้ กปภ.สาขาบ้านฉาง เร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้น้ำโดยเร็ว
”ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับผู้รับจ้างและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้การขุดเจาะหรือก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้น้ำประปาอีกในอนาคต”





































