


ชิสุ วัย7 ปีช็อกดับคาอ้อมกอด เจ้าของใจสลาย เลี้ยงมาเหมือนลูกในไส้
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเหตุสลดใจของคนรักสัตว์ ณ บ้านพักในพื้นที่ ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อสุนัขพันธุ์ชิสุสุดรักต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันในช่วงกลางดึกของคืนข้ามปี เหตุจากทนเสียงพลุฉลองเทศกาลไม่ไหวจนเกิดอาการช็อกและสิ้นใจในที่สุด
วินาทีบีบหัวใจ“เขาไปแล้วจริงๆ หรือแม่?”
2สามีภรรยา เผยให้เห็นภาพอันน่าเวทนาของ “น้องตุ๊กติ๊ก” สุนัขพันธุ์ชิสุ เพศเมีย วัย 7 ปี ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม้ มีคราบปัสสาวะและอุจจาระราดจากการตกใจสุดขีด (อาการเยี่ยวแตกขี้แตกก่อนสิ้นใจ) โดยมีลูกสาวของ นางวลัยลักษณ์ สุวรรณพิทักษ์ หรือ “เจ๊จอย” อายุ 59 ปี นั่งกอดร่างไร้วิญญาณของน้องหมาไว้แนบอก ร่ำไห้ปานจะขาดใจ พยายามเรียกชื่อและกอดหวังให้ปาฏิหาริย์มีจริง แต่สุดท้ายน้องตุ๊กติ๊กก็ไม่ฟื้นคืนมา
ความรักที่มากกว่าสัตว์เลี้ยง: “กินนอนด้วยกัน ไม่เคยทิ้งกัน”
เจ๊จอย เปิดใจทั้งน้ำตาขณะนำร่างน้องตุ๊กติ๊กไปฝังในสวนหลังบ้านว่า ตนรักสุนัขตัวนี้เหมือนลูกในไส้ ดูแลอย่างดีมาตลอด 7 ปี กินนอนด้วยกันบนเตียงทุกคืน ไปไหนไปกันตลอด
“ถ้าที่ไหนเขาห้ามเอาหมาเข้า แม่ก็ไม่ไป เพราะไม่อยากทิ้งเขาไว้ลำพัง แต่คืนนี้แม่แค่หันหลังไปทำธุระแป๊บเดียว เสียงพลุเสียงประทัดก็ดังสนั่น จนเขาทนไม่ไหว”
นายมน อายุ 59 ปี ผู้เป็นสามี เล่าเสริมว่า ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่มีการจุดพลุเฉลิมฉลอง น้องตุ๊กติ๊กมีอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง หายใจหอบถี่จนกระทั่งหัวใจวายเสียชีวิตลงในช่วงเวลาประมาณ 00.15 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2569
เจ๊จอยกล่าวทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นว่า ไม่ได้อยากไปต่อว่าคนที่จุดพลุ เพราะรู้ว่าเป็นเทศกาล และเขาก็อาจจะมองว่าเราดราม่าไปเองที่หมาตกใจเสียงพลุจนตาย
แต่ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนรักสัตว์ ลูกสาวจึงได้โพสต์ ข้อความลงโซเชียล
“หมาของแม่ตายไปแล้ว ใครจะจุดพลุยังไงก็ช่างเขาเถอะ… แต่ไม่อยากให้บ้านไหนต้องมาร้องไห้เสียใจเหมือนครอบครัวเราอีก ความสุขชั่วคราวของบางคน มันคือความสูญเสียตลอดกาลของอีกคนหนึ่ง”
บรรยากาศการทำพิธีฝังร่างน้องตุ๊กติ๊กเป็นไปอย่างโศกเศร้า ครอบครัวได้นำขนมที่น้องชอบใส่ลงไปในหลุมศพด้วย หวังให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดีและไม่ต้องตื่นตระหนกกับเสียงดังใดๆ อีกต่อไป

































