


สาวปริศนาเดินตามชาวบ้านถึงบ้านฉาง ผวาหนักนึกว่าคนตามล่า บางคนคิดว่า เธอเป็น “สายลับ”ของเขมร ตร.เร่งดูแลตามหาญาติ
เบื้องต้นเช็คจากทะเบียนราษฎร์แล้วไม่ขึ้นประวัติว่าเป็นคนไทย
เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า วานนี้(20 มค 69) เกิดเหตุหญิงสาวนิรนามท่าทางมีพิรุธ เดินตามพลเมืองดีไม่ลดละตั้งแต่ขึ้นรถสองแถวจากมาบตาพุดยันอำเภอบ้านฉาง จนต้องแจ้งเทศบาลช่วยประสานตำรวจ สภ.บ้านฉาง มาตรวจสอบพบอาการหวาดระแวงขั้นสุด ไม่ยอมพูดกับผู้ชาย-ปิดหน้าตลอดเวลาไม่กล้าเปิดเผยตัวตน
พ.ต.อ. ทนงศักดิ์ คำมาตย์ ผู้กำกับ สภ.บ้านฉาง เผยว่า ตนได้รับรายงานมาว่าหญิงสาวรายนี้ถูกนำมาส่งไว้ตั้งแต่ช่วงประมาณ 22:00 น ของคืนวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมาโดยที่พยายามสอบถามข้อมูลต่างๆแต่หญิงสาวคนนี้ไม่เปิดปากพูดใดๆทั้งสิ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้อยู่ภายในห้องโถงของ สภ. ไปก่อนเนื่องจากเป็นผู้หญิงและอยู่ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน
ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ประสานเจ้าหน้าที่
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(พม)ให้เขาเข้ามาดู
หลังจากเจ้าหน้าที่พม.เข้ามาแล้ว หญิงสาวรายนี้ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดคุยกับใครซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจลายนิ้วมือเบื้องต้นที่อำเภอบ้านฉางแต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พม.กำลังตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตน
ส่วนทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็คงยังต้อง ช่วยดูแลหาข้าวหาปลาให้หญิงสาวรายนี้ไปก่อน เนื่องจาก หญิงสาวรายนี้อยู่ในอาการหวาดระแวงและกลัว ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบว่า เขาไปเจออะไรมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังอำนวยความสะดวก ดูแลเขาต่อไป
และในส่วนของชาวบ้านที่สงสัยว่าเขาจะเป็นสายลับจากเขมรหรือเปล่านั้นมันก็มีสิทธิ์สงสัยได้เนื่องจากเขาสามารถฟังภาษาไทยรู้เรื่องแต่เขาไม่สามารถสื่อสารได้ แต่อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวอะไรว่าเขาจะไปเอาข้อมูลให้ใครเพราะจับตาอยู่ตลอดตรวจสอบเบื้องต้นที่ตัวเขาไม่มีโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารใดๆมีเงินสดติดตัวมา200บาท
ด้านนางสาวนัยนา กุลพงษ์ (ผมสั่น) และนางสาวเดียร์ ( เสื้อสีดำ) พลเมืองดี เปิดเผยว่า จากการพูดคุยและสร้างความคุ้นเคยจนน้องเริ่มไว้วางใจ พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า สาเหตุที่เธอไม่ยอมพูดและต้องคอยหลบซ่อนตัวนั้น เพราะเธอมีความหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย เป็นประเด็นที่เธอกังวลมากที่สุด จนไม่ยอมสื่อสารกับใครและไม่ยอมเปิดหน้าให้เจ้าหน้าที่เห็นในตอนแรก
“น้องเข้าใจภาษาไทยทุกอย่าง แต่ไม่ยอมพูด จะใช้วิธีพยักหน้าตอบรับแทน ดูแล้วเหมือน กลัวคนตามล่า อาการเหมือนคนที่เคยเจอเหตุการณ์สะเทือนใจมาอย่างหนัก หรืออาจจะเคยถูกจับมาขังไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เธอหวาดกลัวผู้ชายและเสียงดังรอบข้างตลอดเวลา ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายขับรถมาหรือขับรถจักรยานยนต์มาเขาจะรีบปิดใบหน้าและลุกขึ้นหนีทันที
ตอนที่เจ้าหน้าที่(พม) นำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติที่อำเภอ ปรากฏว่า “ไม่พบประวัติในระบบทะเบียนราษฎร” ซึ่งสร้างความมึนงงให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก
หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกับเขาเกือบทั้งวันเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนจึงพาน้องเขา ไปสระผมเนื่องจาก ผมของน้องมีเหาเยอะมากๆซึ่งก็ขอบคุณที่ร้านสระผมนั้นเขาไม่รังเกียจน้องและไม่คิดเงินอีกด้วย
นางสาวเดียร์ ยังกล่าวเสริมท้ายอีกว่าน้องนั้นมีอาการหวาดระแวงมากๆยิ่งคนเสียงดังน้องจากกลัว และไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้าขนาดจะเปลี่ยนแมสยังต้องแอบมาที่หลังตนและเปลี่ยนเลย มาสระผมก็ต้องเกลี้ยกล่อมคุยกันอยู่นานกว่าจะยอม
ซึ่งก็ไม่ทราบว่าน้องไปเจอเหตุการณ์อะไรมาถึงมีภาวะหวาดระแวงกลัวไปหมด
ด้านลูกค้าที่มานั่งรอที่ร้านสระผมนั้นได้สังเกตพฤติกรรมของหญิงสาวรายนี้และให้ข้อมูลว่า น้องคนนี้เขาฟังภาษาไทยรู้เรื่องแต่เขาเลือกที่จะไม่พูด สิ่งที่แปลกคือเส้นผมของเขาหากตกมาเขาจะเก็บบนพื้นที่แรกตนก็เข้าใจว่าเขากลัวร้านสกปรกแต่ขณะที่หวีผมเขาก็ยังไปดูที่หวีว่าเส้นผมเขาหลุดติดไปไหมและได้ดึงแล้วม้วนๆผมเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง อีกทั้งแมสที่เปลี่ยนใหม่เขาก็ไม่ยอมทิ้งลงถังขยะเขาก็เก็บใส่กระเป๋าเขาทำเหมือนกับว่า ถ้าเอาแมสหรือเส้นผมไปตรวจดีเอ็นเอ จะรู้ว่าเขาคือใครทำตัวลับๆล่อๆ เวลาใครพูดอะไรเขาจะคอยมองและสังเกตอยู่ตลอดเวลา สายตาดูหวาดระแวงไปหมด
และจากการที่คุณเดียร์ ถามชื่อเขา สาวปริศนาก็ได้เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า เขาชื่อเซเนีย เป็นชาวกัมพูชาซึ่งก็อดสงสัยไม่ได้หรือเขาอาจจะเป็นสายลับ มาสืบอะไรหรือไม่ถ้าทำเหตุการณ์ไม่สำเร็จก็กลัวจะถูกฆ่าทิ้ง
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงฝากให้ช่วยประกาศตามหาญาติของหญิงรายนี้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ส่วนในเรื่องของปมประเด็นต่างๆที่ประชาชนสงสัยนั้นก็มีสิทธิ์สงสัยได้แต่อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร
อีกทั้งตอนนี้ได้มีการโพสต์ลงโซเชียลว่าตามหาญาติของหญิงสาวรายนี้มีผู้ใช้โซเชียลได้มา comment ว่าเคยเจอเขาอยู่ที่โรงพักในอำเภอเมืองระยองเขาก็เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ I am Cambodia มาให้เหมือนกัน
อย่างไรก็ตามฝากช่วยประชาสัมพันธ์หญิงสาวคนนี้คือใครมาจากไหนทำไมถึงไม่ยอมพูดจากับใคร ดูหวาดระแวงและหวาดกลัวไปซะทุกคน

































