


สลด! เพื่อนบ้านสุดทนแจ้งจับแม่ไทย “ฉี่ม่วง” ทำร้ายลูกครึ่ง 2 ขวบ อ้างเด็กดื้อ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง พร้อมฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง บุกรวบตัวแม่วัย 42 ปี คาทาวน์เฮ้าส์ย่านซอยบาร์ หลังทำร้ายลูกน้อยวัย 2 ขวบเป็นประจำ พบประวัติพัวพันยาเสพติด ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก เจ้าตัวสารภาพตีเพราะลูกดื้อ
บุกทาวน์เฮ้าส์ช่วยเด็ก 2 ขวบ หลังไร้เสียงตอบรับ
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจาก นางสาวนัยนา กุลพงษ์ ล่ามประจำสถานีตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้รับแจ้งเหตุสลดใจว่ามีเด็กชายลูกครึ่งไทย-อเมริกา วัยเพียง 2 ขวบ ถูกมารดาแท้ๆ ทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงประสาน นายแจ้ อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านเช่า เพื่อเข้าตรวจสอบทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากประตูบ้านไม่ได้ล็อกแต่ไม่มีใครยอมออกมาพบ
เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบริเวณชั้น 2 พบ นางสาวผึ้ง อายุ 42 ปี อยู่กับลูกชายวัย 2 ขวบ สภาพร่างกายของเด็กมีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่เห็นชัดเจน คือหน้าผากด้านซ้าย มีรอยถลอกเด่นชัด
ต้นขาซ้ายพบรอยเขียวช้ำและถลอก
แม่สารภาพ “ตีเพราะดื้อ” ผลตรวจชี้ชัด “เสพยา”
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวผึ้งยอมรับว่าได้ลงมือตีลูกจริง โดยอ้างว่า “เด็กดื้อ” และพยายามยืนยันว่ายังรักลูกอยู่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นอาการผิดปกติจึงขอตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏว่าเป็น สีม่วง (Positive) นางสาวผึ้งจึงถูกคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมทันที พร้อมส่งตัวอย่างน้ำปัสสาวะไปยังโรงพยาบาลบ้านฉางเพื่อแยกประเภทสารเสพติดอย่างละเอียด
เสียงสะท้อนจากเพื่อนบ้าน “ตีทุกครั้งที่เมา”
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลสุดสลดว่า มักได้ยินเสียงเด็กถูกทำร้ายและเสียงร้องไห้ดังออกมาจากบ้านหลังนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาที่นางสาวผึ้งมีอาการมึนเมา ล่าสุดคือเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อมีคนพยายามเข้าไปห้ามปราม มักจะถูกนางสาวผึ้งตอกกลับว่าเป็น “เรื่องในครอบครัว” และเป็นลูกของตนเอง ใครก็ไม่ควรยุ่ง
”เห็นเด็กดูซูบผอมลงกว่าช่วงที่ย้ายมาใหม่ๆ เดิมทีเห็นเขามีสามีต่างชาติ ไม่คิดว่าจะกล้าทำร้ายลูกตัวเองขนาดนี้” นายแจ้ เจ้าของบ้านเช่า กล่าวเสริม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนางสาวผึ้งไปสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งในข้อหาทำร้ายร่างกายและเสพสารเสพติด พร้อมประสาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามารับตัวเด็กชายไปดูแลสวัสดิภาพและเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็กต่อไป

































