



ระทึก! หนุ่มวัย 23 ร้องสื่อ ถูกอดีตแฟนเพื่อนสาวบุกฟันยับ-ขู่ฆ่าไม่เลิก
หนุ่มวัย 23 ปี เข้าร้องสื่อหลังถูกอดีตแฟนหนุ่มของเพื่อนสาว บุกใช้มีดอีโต้ฟันคอ-ท้ายทอยเจ็บ พังรถ-ทุบมือถือยับ แถมส่งข้อความขู่ฆ่ารายวัน ล่าสุดกังวลความปลอดภัย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 นายกาแลคเกอร์ อายุ 23 ปี นำหลักฐานร่องรอยบาดแผลและข้อความข่มขู่เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน โดยเล่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 02.00 น. ขณะที่ตนกำลังนั่งเล่นอยู่กับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) เพื่อนสาวที่บ้านพักใน ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จู่ๆ นายกฤษณพงศ์ อดีตแฟนหนุ่มของ น.ส.เอ ได้บุกเข้ามาในบ้านก่อนจะหยิบมีดอีโต้จากห้องครัว ตรงเข้าฟันตนเข้าที่ท้ายทอย กกหู ลำคอ และหัวไหล่ จนต้องกระโดดหนีเอาชีวิตรอดออกทางข้างบ้าน นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังได้ทุบทำลายโทรศัพท์มือถือ และใช้มีดฟันรถจักรยานยนต์เวสป้าของตนจนพังเสียหาย
นายกาแลคเกอร์ เผยต่อว่า ในระหว่างที่พี่สาวของฝ่ายหญิงโทรแจ้งตำรวจ น.ส.เอ เล่าว่าถูกผู้ก่อเหตุบังคับให้ใช้มีดปอกผลไม้ปาดคอตัวเอง แต่โชคดีที่ฝ่ายหญิงออกอุบายขอไปจับแมวที่หลุดออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตรวจมาถึงพอดีจึงรอดหวุดหวิด
โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุยังกล้าตะโกนข่มขู่จะยิงตนต่อหน้าตำรวจอีกด้วย
หลังเกิดเหตุ นายกาแลคเกอร์ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองระยอง ทันที แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่สลด ขณะอยู่ที่ สภ.เมืองระยอง พร้อมโพสต์ภาพตัวเองเปื้อนเลือดลงสตอรี่โซเชียลระบุข้อความในเชิงเหยียดหยามว่า “เลือดหมาเปื้อนตัว”
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ตนยังถูกข่มขู่คุกคามผ่านโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ทั้งส่งข้อความด่าทอ บุพพารี และข่มขู่ว่า “เวลาไปเล่นสเก็ตให้พาเพื่อนไปเยอะๆ เวลาถูกยิงตายจะได้ไม่งง” ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุยังส่งข้อความมาขู่ซ้ำ และทราบที่ทำงานของตนแล้ว ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง
นายกาแลคเกอร์ กล่าวด้วยความกังวลว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องรอผลตรวจบาดแผลจากแพทย์เพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” หรือ “ทำร้ายร่างกาย”
ตนเป็นห่วงพ่อที่ป่วย เพราะผมเป็นเสาหลักของครอบครัว วันที่ถูกฟันคอในใจคิดอย่างเดียวว่าต้องรอดเพื่อกลับไปดูแลพ่อ ตอนนี้ต้องกู้เงินมาซ่อมรถและมือถือเองทั้งหมด ที่สำคัญทราบมาว่าคู่กรณีเป็นลูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะแบบนี้แน่ๆเขาจึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย
และอยากให้ คุณหมอ หาเวลาว่างให้เจ้าที่สอบปากคำโดยเร็ว คดีตนจะได้ส่งฟ้องเสียที
ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนอยากให้ทุกคน ดูว่าเป็นอุทาหรณ์ บางที คนคุย ของเราที่เรา ถอยสถานะมาเป็นเพื่อนกันคบกันมานาน แต่แฟนใหม่ของเขา อาจจะไม่เข้าใจ เกิดการหึงหวงเกินไปจนมาทำร้าย กันแบบนี้
ส่วนในเรื่องของ ที่เขาข่มขู่คุกคามตอนมาโดยตลอดวันนี้ผู้เสียหายได้เข้าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี
ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับสังคมว่า การรักใครควรมีขอบเขตและเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย ไม่ควรใช้ความรุนแรงหรือการข่มขู่คุกคาม ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น แต่ยังทำให้อนาคตของตนเองต้องสูญสิ้นไปเพราะการดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย




































