


กลุ่มวัยรุ่นขับรถยนต์เข้ากราดยิงเหตุเหม็นขี้หน้าเพื่อน เคลียร์ไม่ลงตัวภรรยาต้นเหตุดับ ชาวบ้านตกใจกาแฟหกอดกิน
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. มาบตาพุด จังหวัดระยอง รับแจ้งมีเหตุการณ์คนถูกยิงที่ซอยศิริพร เขตเทศบาลนครมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบเป็นร้านเหล้าเล็กๆที่อยู่ริมทาง พบกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเจาะผนังร้าน จำนวน 5 นัด และมีกระสุนหนึ่งในนั้นกระเด็นไปโดนรถชาวบ้าน ซึ่งเป็นรถเก๋งดำที่จอดอยู่ มีรอยกระสุน ที่บังโคลนหน้าซ้าย1นัด
และยังไปโดนรั้วของเพื่อนบ้านติดกันที่เป็นรั้วสีเหลือง อีกจำนวน 5 นัด
ภาพกล้องวงจรปิด ในซอยศิริพร จะเห็นว่าผู้ก่อเหตุนั้นขับมากลับรถ ก่อนจะไปก่อเหตุ
พ.ต.อ.จิราวัฒน์ ศักดิ์ศรีวัฒนา รองผู้บังคับการภ.จวระยอง เผยว่า ผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 4 รายซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ได้แล้วทั้งหมด ซึ่งแรงจูงใจและสาเหตุนั้น กำลัง สอบสวน
นายสมชาย อายุ65 ปี (เสื้อสีฟ้า) ชาวบ้านในละแวก เล่าว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือประมาณ 5:45 น ตนกำลังยืนชงกาแฟอยู่หน้าบ้านเห็นรถ Toyota Wish สีบรอนซ์ขับผ่านร้านที่เกิดเหตุมา จากนั้นมากลับรถก่อนจะขับรถย้อนกลับไป ยิงปืน ใส่ร้านเหล้า ที่ตนนับได้ประมาณ 10 นัด ตอนนั้นตกใจมากกาแฟหกหมดเลย
สำหรับบรรยากาศการสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ที่สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง กลุ่มเพื่อนและญาติๆของผู้เสียชีวิตได้มารวมตัวกัน ร่วม 20 คนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย
เสียงโหวกเหวกโวยวายลั่น อีกทั้งยังกลัวอีกว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น เป็นคนพื้นที่ และญาติๆของเขาเป็นผู้ กว้างขวาง
สอบถามนายแบงค์ (สักที่ใบหน้าเสื้อดำ) พี่เขยของผู้เสียชีวิต กำลังยืนโวกเวกโวยวาย เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย ซึ่งเป็นน้องสะใภ้เป็นเมียน้องชายของตนพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า
เมื่อคืนนี้กลุ่มน้องชายของตนน้องสะใภ้และเพื่อนๆเขามาร่วมงานวันเกิดของเพื่อนและก็นั่งอยู่กันจนถึงรุ่งเช้า ผู้ก่อเหตุนั้นก็เป็นเพื่อนกัน แต่เหมือนจะมีปัญหากันมา ต่างคนต่างไม่ยอมกัน ซึ่งเวลา05.00น ก็มีผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเข้าไปเจรจาเคลียร์กันแล้ว ตนเห็นว่าเป็นเพื่อนกันเคลียร์กันแล้วตนก็เลยกลับบ้านก่อน
แต่ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงมาก่อเหตุอีกครั้ง และสิ่งที่เขาทำนั้น ตนมองว่ามันทำเกินไป รู้จักเห็นหน้าค่าตากันแท้ๆ
น.ส.พรทิพย์ อายุ 40 ปี (เสื้อสีขาว )แม่ของ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวของตนชื่อ
นางสาววรรณภา หรือน้อง ออม อายุ 23 ปี ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯลูกสาวของตนมันมีครอบครัวอยู่ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่ง น้องออมก็มีลูกเล็กอีก 2 คน
ล่าสุดที่ตนได้คุยกับลูกสาว ลูกสาวของตนพูดเหมือนเป็นลางว่าตอนนี้ก็เบญจเพสแล้วเนาะ แต่ตอนนั้นตนก็ไม่ได้ คิดว่าลูกจะต้องมาเสียชีวิต
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหมอโรงพยาบาลโทรไปแจ้งตนว่า ลูกของตนเสียชีวิตจึงรีบเหมารถมาจากกรุงเทพฯเพื่อมาหา แต่พอมาถึงทราบว่าตำรวจจะให้ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนได้ประกันตัวซึ่งตนนั้นรับไม่ได้ และไม่ยอม เพราะเชื่อว่าพวกเขาตั้งใจมาฆ่า ในรถมีอาวุธสงครามเป็นปืนอาก้า ยิงออกมาจากในรถ ซึ่งลูกสาวตนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยอยู่ๆก็ต้องมาเสียชีวิต
นางสาวลูกหมี อายุ 41 ปี(เสื้อสีดำ) แม่บุญธรรมของน้องออม ผู้เสียชีวิต เล่าว่า สาเหตุเลยคือบาส สามีของน้องออม เขาไปมีปัญหากันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งจริงๆแล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุก็เป็นเพื่อนกันแต่ไม่รู้ไปพูดผิดใจอะไรกันจึงบาดหมางกันมา และเมื่อช่วงเช้า ประมาณ 5:30 น. เขาได้นัดมาเคลียร์ใจกัน แต่ผู้ก่อเหตุเล่าว่า บาสใช้ปืนตบหน้าพวกเขาก่อน
จากนั้นเขาก็เลยพากันแยกย้ายและขึ้นรถไป เพิ่งขับรถออกไปได้แป๊บเดียวไปวนกลับมาแล้วก็ก่อเหตุใช้ปืน สาดยิงเข้ามา ณ เวลานั้นน้องออมนั่งอยู่ด้านในร้าน กลุ่มเพื่อนของนายบาสเขานั่งอยู่ด้านหน้าน้องออม จึงถูกลูกหลงเสียชีวิตไปด้วย
ลูกปืนเข้าที่ราวนมด้านขวา และบริเวณอื่นจำนวน 4 นัด
สิ่งที่พวกเขาทำนั้นคือเอาอาวุธสงครามเป็นปืนอาก้า ทำคนตายโดยที่ตั้งใจ ทำไมถึงจะให้ประกันตัวได้ง่ายๆ
ด้านคุณย่าของผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนนั้นอยากให้ผู้ก่อเหตุตายตามหลานของตนไปเลยตนอยากกระทืบคนพวกนั้น ด้วยตัวเอง ถ้าได้ประกันตัวออกมาแล้วถ้าเจอตนจะเข้าไปจัดการสู้ได้หรือเปล่าไม่รู้ หลานสาวตนเป็นคนน่ารักเป็นสาวสวยทุกวันจะบอกรักย่าตลอดอีกทั้งเขายังมีลูกเล็กที่จะต้องดูแล
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภมาบตาพุด เผยว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนโดยมี
1.นายเฟริส (คนยิง) 2.นายจ๊าบ
3 นายยูฟ่า (ขับรถ) และ4นายไมค์
ใช้รถยนต์โตโยต้า วีสสีบรอนเงิน ทะเบียนระยอง หลังจากก่อเหตุ นำรถไปจอดที่บ้านนายเฟริส
นายเฟริส ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า
แกรนฟีราโน่สีแดง หลบหนีไปพร้อมแฟนสาว และต่อมาได้ดำเนินการติตตาม บุคคลที่ร่วมก่อเหตุทั้ง 4 คน โดยนายเฟิร์สยอมรับว่า ใช้ปืนยิงออกไปจำนวน 5-6 นัด
ของกลางที่ตรวจยึดเป็น รถToyota Wish สีบรอนซ์เงิน ที่ใช้ในการก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ Yamaha Grand Filano ที่ใช้ในการหลบหนี และอาวุธปืนเป็นปืนเล็กยาวอัตโนมัติไม่มีทะเบียนจำนวน 1 กระบอก
อย่างไรก็ตามคุณแม่ทั้งสองของผู้เสียชีวิตและ เพื่อนๆ ต่างยืนยันจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและจะขอคัดค้านการประกันตัว ทำคนตายและใช้อาวุธสงครามขนาดนี้ (ทางญาติเข้าใจว่าเป็นปืนอาก้าอาวุธสงคราม) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ประกันตัวได้ง่ายๆได้อย่างไร เชื่อเหลือเกินหากประกันตัวออกมาจะต้องมาล้างแค้น กันอีกแน่ๆ
ส่วนชาวบ้านนั้น นอนหลับอยู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะด้วยเสียงปืนที่มันดูน่ากลัว มากๆ อีกทั้งยังเป็นอาวุธสงครามหากทะลุมาโดนประชาชน คนอื่นเพิ่มอีกจะทำอย่างไรกันจะรับผิดชอบชีวิตพวกเขาได้หรือไม่
ต่อมา….
แม่ร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ถูกวัยรุ่นใช้อาวุธสงครามยิงออกจากในรถลูกสาวโดนลูกหลงจนเสียชีวิตผู้ก่อเหตุเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ได้ยินกลับหูจะทำให้หนักเป็นเบา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ช่วงเย็นที่ผ่านมาน.ส. พรทิพย์อายุ 40 ปี
ผู้เป็นแม่ของ น.ส. ออม อายุ 23 ปี ผู้เสียชีวิต จากเหตุวัยรุ่นกราดยิงอริที่ร้านเหล้า แห่งหนึ่ง ในซอยศิริพร เขตเทศบาลนครมาบตาพุด ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน ด้วยหวั่นคดีการตายของลูกสาวจะไม่ได้รับความยุติธรรม
วันนี้จึงมาขอดูกล้องวงจรปิดที่เทศบาลนครมาบตาพุด ซึ่งจากคลิปวงจรปิดจะเห็นว่าเมื่อช่วงเวลา 5:45 น คนร้ายขับรถ Toyota Wish เข้ามาในซอยด้วยความเร็ว จากนั้นใช้เวลาเพียง 3 นาที เสียงปืนดังขึ้นชาวบ้านที่เดินอยู่ริมทาง ต้องนั่งหมอบลง ไม่นานรถขับออกมา ชาวบ้านจึงต้องรีบวิ่งเข้าไปในซอยเพื่อหลบ
และรถ Toyota Wish ของคนร้ายขับหนีไปทางเส้นหน้าวัดมาบตาพุด
ส่วนกล้องวงจรปิดอีกมุมนึงจะเห็นว่ารถกระบะของลูกเขยตนกำลังพาลูกสาวตนไปโรงพยาบาลซึ่งขับออกมาจากหน้าซอยศิริพรเข้าสุขุมวิทไปยูเทิร์นใต้สะพานและนำส่งโรงพยาบาลซึ่งจากที่ตนดูแล้วเขาก็ไม่ได้ช้าใช้เวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้นก็ออกมาถึงปากซอย แต่ตนคิดว่ากระสุนคงจะเข้าตัดขั้วหัวใจลูกของตนแน่ๆ และลูกอาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ที่เกิดเหตุ
ขณะดูกล้องผู้เป็นแม่ ยังได้เผยถึงความเจ็บ ช้ำใจด้วย ว่า ตนแค้นใจอย่างมาก เมื่อเห็นรถของคนร้าย ขับผ่าน ทั้งก่อนยิง และ หลังยิง จนลูกสาวถูกลูกหลงจนเสียชีวิต
ขับรถมายิงกราด แล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ถ้าจะยิงแค่ขู่ทำไมไม่ยิงขึ้นฟ้า มึงยิงทำไมตั้งเกือบ 10 นัด อีกทั้งอาวุธสงครามติดอยู่ในรถทั้งลูกปืนทั้งอาวุธซึ่งอาวุธนั้นมันยาวมาก
และคนร้ายขับรถอย่างเร็วเพื่อหลบหนีคงกลัวว่าจะโดนอีกฝั่งตามมาเอาคืนตัวเองก็ทำเหมือนจะกลัวตายแต่ไม่คิดหรอว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะทำให้คนอื่นเขาตาย
พอก่อเหตุก็พยายามขอประกันตัวออกมาเพื่อสู้คดี ถ้าถึงวันนั้นติดคุกไปก็ยังมีโอกาสที่จะออกมาได้เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ แต่ลูกสาวตนนั้นไม่มีโอกาสอีกแล้ว
คุณแม่ยังติดใจและหวังว่าคดีของลูกสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุนั้นมีอิทธิพลในพื้นที่ อีกทั้งยังมีคนส่งข้อมูลมาว่าเคยถูก มือยิงพยายามข่มขืน กับพวกของเขาแต่ไม่สำเร็จสาวรายนั้นหนีมาได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลอีกหลายๆคนว่าเขาเคยก่อเหตุบ่อยครั้งแต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง แถมตนยังได้ยินกับหูว่า มีผู้ใหญ่โทรมาคุยให้เปลี่ยนจาก อาวุธหนักให้เป็นอาวุธเบาทำให้เป็นปืนมีทะเบียน ซึ่งตนก็งงว่ามันทำได้ด้วยหรอ นี่มันอาวุธสงครามชัดๆ
และได้ข่าวมาว่าหนึ่งในนั้นจะมีคนรอด คือหัวหน้าแก๊ง เนื่องจาก 3 คนเขาให้การเหมือนกันว่า ส่งหัวหน้าแก๊งเขาลงรถข้างทางก่อนแล้วถึงจะไปก่อเหตุซึ่งตนไม่เชื่อเด็ดขาดพอตนได้มาดูกล้องวงจรปิดลักษณะการขับรถนั้นไม่มีทางที่จะจอดลง ขณะที่มาก่อเหตุเสียงปืนจะดังขนาดไหนชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาถึงกับต้องนั่งลงหมอบ และชะเง้อดูเพราะรถผู้ก่อเหตุขับมาต้องรีบวิ่งหนีเข้าซอย
คุณลุงที่กำลังจะเดินไปทางร้านเหล้ายังต้องหันรีบเดินกลับมามีไม้เท้าอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นหากถ้าอ้างว่าส่งคนลงจริงกล้องวงจรปิดก็ต้องจับได้ชาวบ้านก็ต้องเห็นแต่นี่ไม่ใช่พยายามบิดเบือนความจริง
เบื้องต้นศพน้องออมจะตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดโขดหิน และปลงศพวันเสาร์ที่22 พฤศจิกายน 2568
ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย จนท.ตำรวจฝากขังยังศาลจังหวัดระยอง




































