


เสียงสะท้อนจากชายหาดพลา เมื่อ “ราคาน้ำมัน” กลายเป็นกำแพงกั้นเรือประมง
อำเภอบ้านฉางระยอง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ดูเหมือนจะปกติบริเวณชายหาดพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง แต่หากได้เข้าไปสัมผัสใกล้ชิด จะพบกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความกังวลของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่กำลังเผชิญกับ “มรสุมค่าครองชีพ” ครั้งใหญ่ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ราคาน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนสูงแต่รายได้ต่ำ นายวัลลภ อายุ 41 ปี ชาวประมงพื้นบ้านพลาเปิดเผยว่า ปัจจุบันการออกเรือแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่าย (ค่าน้ำมันและค่ากินอยู่) สูงถึงหลักพันบาทต่อลำ แต่ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้กลับสวนทางกัน อย่างเช่นในวันนี้ บางลำจับปูได้เพียง 3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มทุนและอยู่ในภาวะ “ขาดทุน” อย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาไม่ได้มีแค่ราคา แต่รวมถึง “การเข้าถึง” ด้วย เนื่องจากชาวประมงส่วนใหญ่ใช้บริการปั๊มหลอดในพื้นที่ เมื่อปั๊มหลอดแบกรับต้นทุนไม่ไหวหรือไม่มีน้ำมันมาเติม ก็ส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ทำให้ชาวบ้านต้องจ่ายแพงขึ้นและหาซื้อยากขึ้น
กระทบทั้งระบบ
ความเดือดร้อนนี้ไม่ได้หยุดแค่เจ้าของเรือ แต่ลามไปถึงลูกเรือที่ต้องพึ่งพา “หม้อข้าวใบเดียวกัน” เมื่อนายจ้างขาดทุน ลูกจ้างก็พลอยไม่มีรายได้ เกิดเป็นวงจรความลำบากไปทั่วชุมชน
ชาวประมงหวั่นใจว่าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่คลี่คลาย เมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายน ที่นักท่องเที่ยวควรจะหลั่งไหลมาทานอาหารทะเล อาจจะได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม ทั้งในเรื่องของราคาสินค้าที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน และกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวเอง
“อยากให้รัฐบาลรับฟังและกำหนดกติกาเรื่องน้ำมันให้รอบคอบกว่านี้ นึกถึงคนต้นทุนชีวิตต่ำบ้าง เพราะตอนนี้แค่ปูไม่ติดข่ายก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว” นี่คือเสียงสะท้อนจากใจของชาวประมงพลาที่ยังคงต้องสู้ต่อไปด้วยใจที่เกินร้อย
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของประมงพื้นบ้านพลาในขณะนี้คือการ “ประคองตัว” ให้อยู่รอด โดยการลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นที่พอจะทำได้ เพื่อให้ยังคงประกอบอาชีพที่พวกเขารักต่อไปได้ในสภาวะที่น้ำมันแพงกว่าทองเช่นนี้




































