


สะใภ้โหด! ขนชายฉกรรจ์นับสิบรุมกระทืบผัว-ญาติปางตาย ก่อนโดดขึ้นรถหนีไปกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
สาวสุดทนร้องสื่อ หลังหลานสะใภ้พาพวกนับสิบพร้อมอาวุธครบมือ บุกรุมทำร้ายสามีและญาติถึงหน้าบ้านจนบาดเจ็บสาหัส แฉพฤติกรรมอำมหิต ยืนดูผัวโดนกระทืบแต่ไม่ห้าม แถมโดดขึ้นรถหนีไปกับกลุ่มคนร้าย ทิ้งผัวนอนเจ็บปางตาย ล่าสุดคดีไม่คืบ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 มกราคม 2569 นางสาวเกษสุดา บุตรบุญตอม อายุ 30 ปี ชาวบ้านซอยประปา 2 ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นำหลักฐานแชทและวงจรปิดเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา
นางสาวเกษสุดา เล่าว่า นายธนาพัฒน์ (อายุ 24 ปี) ซึ่งเป็นหลานชายของแฟนตน พร้อมด้วยภรรยา เพิ่งย้ายมาเช่าห้องแถวอยู่ใกล้กันได้เพียง 3 วัน วันที่ย้ายมาพวกตนก็ไปช่วยขนของมาให้
ในคืนเกิดเหตุ นายธนาพัฒน์เดินมาขอกินเหล้ากับสามีตนคือ นายธวัชชัย (อายุ 33 ปี) และ นายจตุรพิธ (อายุ 26 ปี) โดยบอกว่าเพิ่งทะเลาะกับเมียมา ระหว่างที่นั่งดื่มกันอยู่ นายธนาพัฒน์ได้โทรศัพท์ท้าทายปลายสายว่า “ก็มาสิ”
ไม่นานนัก กลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คน พร้อมอาวุธทั้งกระบองแบวของ รปภ ขวดแก้ว และดาบ ได้บุกเข้ามาถามหาว่า “ไหนใครที่มันท้าไหนหน้าตัวเมีย” ก่อนจะรุมทำร้ายคนในวงเหล้าอย่างป่าเถื่อน
นายธนาพัฒน์ (หลานชายกลับต่างจังหวัดไปแล้ว): ถูกเตะด้วยรองเท้าหัวเหล็กจนนอนแน่นิ่ง ผู้ก่อเหตุยังขู่ซ้ำว่า “ถ้ามึงแกล้งสลบจะตีให้ตาย”
นายธวัชชัย (สามีผู้ร้องมีหนวด) ถูกรุมตีจนสะบักสะบอม โดนทั้งรองเท้าเซฟตี้ ขวดแก้ว และกระบอง ฟาดเข้ามาตามลำตัว นางสาวเกษสุดาต้องพยายามลากสามีเข้าบ้านท่ามกลางเสียงร้องไห้จ้าของลูกน้อยที่ตกใจกลัว
นายจตุรพิธ (น้องชายเสื้อแดง): ถูกชกเข้าที่ใบหน้าขณะนั่งหันหลัง และโดนขวดแก้วที่ปาใส่
หลังก่อเหตุ กลุ่มคนร้ายประกาศกร้าวว่า “พวกกูเด็กระยอง ถ้าไปแจ้งความจะกลับมาอีก” ก่อนที่ภรรยาของนายธนาพัฒน์จะกระโดดขึ้นรถหนีไปกับกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น ทิ้งให้สามีตัวเองนอนเจ็บอยู่กับพื้น
นางสาวเกษสุดาเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ทักแชทไปถามหลานสะใภ้ว่าทำแบบนี้ทำไม อีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่ได้พามา แต่ทางครอบครัวไม่เชื่อ เพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ 3 วัน หากฝ่ายหญิงไม่บอกพิกัด กลุ่มคนร้ายไม่มีทางมาถูกแน่นอน และที่สำคัญผัวตัวเองนอนปางตาย ตัวเองกระโดดขึ้นรถไปกับกลุ่มผู้ชาย
ด้าน นายธวัชชัย (ผู้บาดเจ็บ) กล่าวด้วยความมึนตงว่า ตนไม่เคยรู้จักคนกลุ่มนี้มาก่อน รุมตีเหมือนโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน พอไปถามฝ่ายหญิงกลับอ้างว่า “ทำร้ายผิดตัว” ซึ่งตนมองว่าฟังไม่ขึ้น เพราะฝ่ายหญิงยืนดูอยู่ตลอดแต่ไม่ห้าม มิหนำซ้ำยังหนีไปกับคนร้ายอย่างหน้าตาเฉย
ปัจจุบัน นายธนาพัฒน์ (หลานชาย) ได้ย้ายกลับต่างจังหวัดไปรักษาตัวแล้ว ส่วนทางด้านผู้ร้องเรียนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างตัวเป็นเจ้าถิ่นและยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ขณะที่ฝั่งผู้เสียหายต้องลางานมารักษาตัวและเสียรายได้
แจ้งความไว้ที่ สภ.มาบตาพุด ตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่จนถึงตอนนี้คดียังเงียบหาย พวกตนเป็นคนต่างจังหวัด กลัวว่าพวกเขาที่เป็นเด็กระยองจะมีอิทธิพลจนตำรวจทำอะไรไม่ได้ อยากขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่เร่งลากตัวทั้ง 10 คนรวมถึงตัวผู้หญิงมาลงโทษให้ถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้ให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และด้วยคดีนี้ตนเองเป็นคนกำชับพนักงานสอบสวนตั้งแต่แรก และลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่ในวันที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ โดยล่าสุดขณะนี้ได้ออกหมายเรียก 1 ในกลุ่มคนที่กระทำความผิด รวมถึง ตัวหญิงสาว ที่ผู้เสียหายอ้างว่าพากลุ่มชายฉกรรจ์มาทำร้ายด้วย ซึ่งตัวผู้ทำความผิดเองก็ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ละทิ้งหรือนิ่งนอนใจแต่อย่างใด ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกระบวน การทางกฎหมายขอให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็นใครหากกระทำความผิดกฎหมายอาญาก็ดำเนินคดี

































