


เกิดเหตุระอุกลางดึก เมื่อรถจักรยานยนต์เกิดเพลิงไหม้ปริศนาหน้าวัดบนถนนสาย 13 จ.ระยอง เจ้าของรถกระโดดหนีตายหวุดหวิด ขณะที่ชาวบ้านผวา เชื่อเป็นอาถรรพ์สัมภเวสีรอหาตัวตายตัวแทน เผยจุดนี้ตายบ่อย แต่เอาชีวิตเหยื่อไม่ได้เพราะบารมีวันเสาร์ 5
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 2569 อาสากู้ภัยสยามระยองได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสาย 13 ซอย 4 หน้าวัดแห่งหนึ่งใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังโหมไหม้รถจักรยานยนต์อย่างรุนแรงจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.นิคมพัฒนา ต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงนานกว่า 10 นาที จึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทิ้งไว้เพียงซากรถที่ดำเป็นตอตะโกอยู่กลางถนน
น้องนุช อายุ 38 ปี เจ้าของรถเล่าด้วยความตกใจว่า ตนกำลังขี่รถไปซื้อเบียร์ให้เพื่อน โดยมีเพื่อนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเพื่อนปวดปัสสาวะจึงจอดรถให้เพื่อนลงไปข้างทาง ทันใดนั้นไฟได้ลุกพรึบขึ้นจากเครื่องยนต์ ตนจึงรีบทิ้งรถหนีตายก่อนจะมีเสียงระเบิดตามมา พยายามจะโทรแจ้งกู้ภัยแต่แบตเตอรี่โทรศัพท์ดันหมดพอดี จนกระทั่งชาวบ้านออกมาช่วยประสานงานให้
เหตุการณ์นี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความลี้ลับ
โดย คุณน้ำฝน อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเปิดประตูบ้านออกมาเห็นปรากฏการณ์ “ราหูอมจันทร์” ตรงหน้าวัดพอดี จึงสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
”จุดหน้าวัดตรงนี้มีสัมภเวสีคอยหาตัวตายตัวแทน เพราะเคยมีคนตายบ่อย ใครดวงตกผ่านมามักจะเจอดี แต่ครั้งนี้เขาเอาชีวิตเจ้าของรถไปไม่ได้ เพราะเจ้าของรถเกิดวันเสาร์เหมือนฉัน มีบารมีเสาร์ 5 คุ้มครอง” คุณน้ำฝนกล่าว
นอกจากนี้ คุณน้ำฝนยังได้นำเกลือมาโปรยหน้าบ้านเพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อ และที่น่าอัศจรรย์คือพบ เหรียญ ร.9 ในที่เกิดเหตุซึ่งถูกไฟไหม้แต่ไม่ดำคล้ำ คุณน้ำฝนจึงมอบให้เจ้าของรถเก็บไว้เป็นขวัญถุง พร้อมแนะนำให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณแถวนี้เพื่อความปลอดภัย
กู้ภัยยืนยัน จุดนี้ “เฮี้ยน” จริง
ด้าน นายนรินทร์ อายุ 58 ปี อาสากู้ภัยสยามระยอง รุ่นบุกเบิก ยอมรับว่าจุดนี้มักเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากและมีผู้เสียชีวิตจริง ส่วนเรื่องสิ่งลี้ลับนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ตนเองก็มักจะระลึกถึงบารมี “ปู่อิน” ที่เคารพนับถือเพื่อให้แคล้วคลาดเวลาปฏิบัติหน้าที่เสมอ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน และให้เจ้าของรถนำเอกสารมายืนยันความเป็นเจ้าของเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




































