


ระยองเอาจริง! รวบชาวบ้านจุดไฟเผาป่าหวังปลูกมันฯ หวิดลามเข้าป่าสงวนเขาสำนักท้อน
อำเภอบ้านฉาง ระยอง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสกนธ์ กรกฎ นายอำเภอบ้านฉาง สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปูพรมดับไฟป่า หลังพบชาวบ้านลักลอบเผาพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกมันสำปะหลังจนคุมไม่อยู่ หวิดลุกลามเข้าเขตป่าสงวนแห่งชาติ
นายรชต บำรัมย์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง ได้สนธิกำลังร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.สำนักท้อน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.พลา, สมาชิก อส. อ.บ้านฉาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
ในที่เกิดเหตุพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ต้นกระบก สูงร่วม20เมตร ลำต้นมีขนาด5คนโอมที่่กำลังยืนต้นตายมานานจนลำต้นแห้งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจนเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลสำนักท้อน และ เทศบาลตำบลชากหมาก เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังเขตป่าสงวนบนภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 17.30 น.
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งได้ทำการ “เผาป่า” เพื่อแผ้วถางที่ดินเตรียมลงปลูกมันสำปะหลัง แต่เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและมีลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกลามเกินกว่าจะควบคุมได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวชาวบ้านผู้ก่อเหตุไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศห้ามเผาในช่วงฤดูฝุ่นละออง PM 2.5″
การจับกุมและดำเนินคดีทันที สะท้อนถึงการเอาจริงของภาครัฐในจังหวัดระยองต่อปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน
ความเสียหายต่อทรัพยากรพื้นที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับป่าสงวนบนเขาสำนักท้อน หากเจ้าหน้าที่เข้าสกัดไม่ทันอาจเกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างมหาศาล
ส่วนผู้ที่เผาป่าในเขตป่าสงวนฯ มีโทษหนักตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับล่าสุด) โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และหากพื้นที่เสียหายเกิน 25 ไร่ โทษจะสูงขึ้นเป็นจำคุก 4-20 ปี
อย่างไรก็ตามชายผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยถึงเหตุจูงใจถึงการเผาว่าไม่รู้ว่าห้ามเผา ถ้ารู้คงไม่เผา




































