


ชาวบ้านโอด ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะลุ 50 บาท ดันค่าครองชีพพุ่งพรวด น้ำดื่มขยับราคาตาม ทุบซ้ำเติมคนหาเช้ากินค่ำ วอนรัฐเร่งแก้ไขก่อนแบกรับไม่ไหว
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการขนส่ง บริเวณริมถนนบูรพาพัฒน์ ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะ “ดีเซล” ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนราคาหน้าปั๊มพุ่งสูงกว่า 50.62 บาทต่อลิตร (เมื่อรวมภาษีท้องถิ่น) ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่
จากการสอบถาม นายเอ็ม อายุ 35 ปี พนักงานขับรถส่งน้ำดื่ม เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ทุกวันนี้การเติมน้ำมันแต่ละครั้งแทบไม่เหลือกำไร วันนี้เติมไป 500 บาท ได้น้ำมันมาเพียงหยิบมือ ไม่พอกับระยะทางที่ต้องวิ่งส่งของ 200-300 กิโลเมตรต่อวัน บางวันต้องควักเนื้อไปเบิกเงินเพิ่มเพื่อเติมน้ำมันให้วิ่งรถต่อได้
ขณะที่คนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ระบุว่า ปริมาณน้ำมัน 100 กว่าลิตรที่เคยใช้เงินเติมหลักพัน ปัจจุบันต้องใช้เงินหลักหมื่นบาท “สมัยก่อน 10,000 บาทเติมได้เต็มถัง (ประมาณ 300 ลิตร) แต่ตอนนี้เงินหมื่นเดียวเติมได้ไม่ถึงครึ่งถังด้วยซ้ำ” จนเป็นภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำของค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้เป็นอย่างดี
ผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ปั๊ม แต่ลามไปถึงราคาสินค้าในร้านค้าปลีก โดยเฉพาะ “น้ำดื่ม” ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น พบว่ามีการปรับราคาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมราคาแพ็คละ 25 บาท ปรับขึ้นเป็น 28 บาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะพลาสติกและค่าขนส่งที่ขยับตัวตามราคาน้ำมัน
น.ส.มิ้น อายุ 25 ปี พนักงานโรงงานผลิตน้ำดื่มในพื้นที่ยอมรับว่า “ไม่อยากขึ้นราคาเพราะสงสารลูกค้า แต่แบกรับต้นทุนไม่ไหว ทั้งค่าน้ำมันและค่าวัตถุดิบขึ้นทุกอย่าง ยกเว้นค่าแรง” ส่งผลให้ยอดขายตกลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น
ด้านประชาชนในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “รู้สึกเศร้าและแน่นหน้าอก” กับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำได้เพียง “ยิ้มกัดฟันสู้” ไปวันๆ พร้อมฝากถึงรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องว่า อยากให้ลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม มากกว่าการออกมาพูดให้ประชาชนรู้สึกดีไปวันๆ เพราะตอนนี้ความเดือดร้อนได้ขยายวงกว้างจนเข้าขั้นวิกฤตต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านระดับฐานรากแล้ว





































