


บุกตรวจโรงงานจีนแสบ แอบระเบิดหินทำบ้านร้าว-หมูวัดช็อกตาย พบผิดกราวรูด สั่งระงับเด็ดขาด
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ นายอำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง นำกำลัง บุกตรวจสอบโรงงานทุนจีน หลังแอบระเบิดหินส่งแรงสั่นสะเทือนทำบ้านเรือนเสียหายและสัตว์เลี้ยงในวัดช็อกตาย พบพิรุธเพียบ ทั้งสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต-ผิดประเภทที่ดิน

ด้านชาวบ้านตั้งคำถาม “ทำผิดซ้ำซากแต่ยังสร้างต่อได้ ใครหนุนหลัง?”
ความเสียหายลามถึงวัด “หมูคู่ขวัญ” ช็อกตับแตกตาย
จากเหตุการณ์ระเบิดหินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่สร้างความแตกตื่นไปทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ วัดมะขามเดี่ยว โดยพระสงฆ์ต้องอยู่อย่างหวาดผวาจากแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ยังมีรายงานความสูญเสียที่น่าสะเทือนใจ เมื่อหมูที่ทางวัดเลี้ยงไว้เกิดอาการตกใจอย่างรุนแรงจนช็อกตับแตกเสียชีวิตไป 1 ตัว ทิ้งให้ “หมูคู่ชีวิต” อีกตัวต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ขณะที่สิ่งปลูกสร้างภายในวัด อาทิ ปล่องท่อเมรุ และโครงสร้างอื่นๆ เกิดรอยร้าว ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบโครงสร้างโดยละเอียดอีกครั้ง
นางดุษฎี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เล่านาทีระทึกว่า ขณะเกิดเหตุบ้านของตนสั่นไหวอย่างรุนแรงจนลูกสาวที่อยู่ชั้น 2 ต้องรีบวิ่งหนีลงมาด้วยความตกใจ เมื่อสิ้นเสียงระเบิดออกไปตรวจสอบพบว่า กระจกบ้านมีรอยร้าวจากสะเก็ดหินที่กระเด็นใส่ และตัวบ้านมีรอยแตกกระจายอยู่โดยรอบ
นายประธาน ภู่ธนะพิบูล นายอำเภอนิคมพัฒนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน., อุตสาหกรรมจังหวัด, ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา และเทศบาลเมืองนิคมพัฒนา ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และพบมูลเหตุความผิดปกติ 3 ข้อหลัก:
- ผิดวัตถุประสงค์ที่ดิน: โฉนดเดิมเป็นที่ดินนิคมสร้างตนเองเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัย แม้ถือครองครบ 5 ปีจะขายได้ แต่หากจะสร้างโรงงานต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทโฉนดและขออนุญาตให้ถูกต้อง
- ไร้ใบอนุญาต: โรงงานดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานอย่างเป็นทางการ
- เมินประชาพิจารณ์: ไม่มีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของคนในชุมชนตามที่กฎหมายกำหนด
ดื้อแพ่ง! สั่งหยุด 5 ครั้งยังแอบสร้าง
ทางด้านเทศบาลนิคมพัฒนาให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า โรงงานแห่งนี้แอบก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 โดยเริ่มจากการปรับที่ดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับและแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.นิคมพัฒนาแล้ว และที่ผ่านมามีการเข้าตรวจสอบพร้อม ตักเตือนทางวาจาให้หยุดก่อสร้างถึง 5 ครั้ง แต่ทางโรงงานกลับเพิกเฉยและแอบดำเนินการเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดเหตุระเบิดหินในที่สุด
อ้างใช้แก๊ส Co2 แทนระเบิด – นายอำเภอสั่งสอบเข้ม
ในส่วนของกรรมวิธีการระเบิดหิน ทางโรงงานอ้างว่าเป็นการใช้แก๊ส Co2 อัดลงไปเพื่อให้เกิดแรงดันขยายตัว (ซึ่งมักใช้ในงานเหมือง) ไม่ใช่การใช้ระเบิดทั่วไป อย่างไรก็ตาม นายอำเภอได้สั่งตรวจสอบว่าวิธีดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ใช้ในพื้นที่นี้หรือไม่ และย้ำว่าโรงงานที่อ้างว่าจะผลิตแปรรูปเส้นจากถั่วเขียวแห่งนี้ ผิดทุกกระบวนการ
ข้อมูลจากทางฝั่งโรงงานนั้นเผยว่า การที่เขานั้นใช้แก๊ส Co2 ไม่ใช่ระเบิดแต่เพียงการนำแก๊สอัดเข้าไปใน รูที่ทำการเจาะเพื่อ เอาแรงดันไปขยายหินจากเดิมจะต้องทำการเจาะถึง 10 รูและอัดแก๊สลงไป แต่ณวันนั้นด้วยความมักง่ายของช่างเขาเจาะเพียง 2 รูปเพราะอัดแก๊สลงไปทำให้แรงดันนั้น ทวีความรุนแรงมากขึ้น และเขาก็ยังไม่ได้นำ อุปกรณ์เข้ามาปิดก่อนทำการระเบิดจึงทำให้แรงสั่นสะเทือนนั้น เพิ่มมากขึ้นและเศษหินกระเด็นไปยังบนวัด และกระทบบ้านเรือนประชาชน ซึ่งทางฝั่งโรงงานนั้นกำลังตรวจเช็คว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดข้อผิดพลาดจากอะไรสิ่งที่ทำผิดทั้งหมดขอน้อมรับไว้และจะปรับปรุงแก้ไข ส่วนในเรื่องของการเยียวยา พร้อมที่จะ เยียวยาให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ
ทางด้านของเอกสารในการขออนุญาตก่อสร้างนั้นอยู่ในระหว่าง การยื่นขออนุญาต
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สั่งระงับการก่อสร้างและเตรียมดำเนินคดีทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่กลุ่มทุนที่ใช้ความมักง่ายทำลายท้องถิ่น พร้อมสั่งการให้ทางโรงงานต้องรับผิดชอบเยียวยาทุกกรณี ทั้งบ้านเรือนที่เสียหาย และความสูญเสียของทางวัด
ขณะที่ชาวบ้านยังคงตั้งคำถามทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นว่า “หากเหตุการณ์นี้เป็นตาสีตาสาทำผิด จะสามารถดื้อแพ่งสร้างต่อมาได้นานขนาดนี้หรือไม่?”
ข้อมูลเพิ่มเติมจากการใช้ระเบิดแก๊ส Co2 ตามที่ท่านนายอำเภอสั่งให้แต่ละหน่วยงานตรวจเช็คข้อมูลอย่างละเอียด
การนำระบบ CO2 Rock Blasting (หรือที่มักเรียกว่า “ระเบิดเย็น”) มาใช้ในประเทศไทย มีข้อได้เปรียบคือไม่ได้ใช้สารระเบิดทางเคมี แต่เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีแรงดันสูงและมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการทำลายหิน จึงคาดเกี่ยวกับการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงาน
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวงอุตสาหกรรม)
เนื่องจากตัวเครื่องในรูปที่ 1 มีถังบรรจุก๊าซแรงดันสูงขนาดใหญ่:
- พรบ. เครื่องจักร: ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยของ ถังความดัน (Pressure Vessel) ตามมาตรฐานวิศวกรรม
- วิศวกรเครื่องกล: ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ (กว.) เซ็นรับรองการติดตั้งและการใช้งานเครื่องจักรแรงดันสูง
กรมการปกครอง (กระทรวงมหาดไทย)
แม้ว่า CO2 จะไม่ใช่ “วัตถุระเบิด” ตาม พรบ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดฯ:
- แต่ตัว “ตัวจุดชนวน” (Activator/Heater) บางรุ่นอาจมีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำให้เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็น “ยุทธภัณฑ์” หรือ “ส่วนประกอบวัตถุระเบิด” ได้
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเกี่ยวกับ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีความดันสูง เพื่อความปลอดภัยของพนักงานหน้างาน







































