


ลูกค้าสุดเซ็ง สะดุดตาซื้อรถแถมทอง ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้วพอเจอโปรโมชั่นและถูกใจรถพร้อมกับการขายของเซลล์ ตัดสินใจซื้อ รับรถเรียบร้อย แต่ทองถูกยื้อผลัดวันประกันพรุ่ง ฝากเป็นอุทาหรณ์ซื้อขายตกลงกันไว้อย่างไรควรทำตามสัญญา ด้านผู้จัดการเผยขอโทษอาจจะเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด ยืนยัน ไม่มีการยื้อบ่ายเบี่ยงอย่างแน่นอนแต่อาจจะต้องใช้เวลาในการทำเบิกจ่าย
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ช่วงบ่าย2โมงที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สามีภรรยาคู่แจ้งมาว่าเราทั้ง2เหมือนถูกหลอกซื้อรถใหม่ป้ายแดง ยี่ห้อหนึ่ง
โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ลูกค้า คือ ผมกับแฟน ได้ไปดูบูธรถยนต์ยี่ห้อดัง ที่ ห้างสี่แยกเกาะกลอย มีข้อสัญญาเพื่อจูงใจลูกค้า จะมอบนู้นมอบหนี้แถมนู้นแถมนี่และที่สำคัญทอง 1 สลึง เราก็ตกลงจองไว้ 5,000 บาท รับรถวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งพนักงานขายบอกว่าวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568จะได้ทอง 1 สลึงด้วย หลังจากนั้น วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ลูกค้าได้ไปรับรถแต่ก็มีการบ่ายเบี่ยงเรื่องทองคำ1สลึง บอกว่ายังไม่ได้ ต้องรออีกระยะหนึ่งจะติดตามให้ ลูกค้าก็ ยังไม่ติดใจอะไรมาก ก็รับรถออกมาตามปกติ
ประมาณ 20 วันต่อมา หลังจากนั้นได้มีการทวงถามไปอีกครั้งหนึ่ง ทางเซลล์ผู้ขาย ก็ได้บอกว่า ให้มารับทองได้ในวันจันทร์นี้เนื่องจาก ได้ บอกผู้จัดการที่สาขาไว้แล้ว บ่ายโมงให้มารับทองได้
วันจันทร์ก็คือวันนี้ วันที่ 8 ธันวาคม 2568
บ่ายกว่าๆมีสาย โทรเข้ามา มายังลูกค้าขอเลื่อน การมอบทอง อ้างว่าผู้บริหารประชุมอยู่ชลบุรี ทองคำอยู่ที่ผู้บริหาร ลูกค้าก็เริ่ม เอะใจ ทั้งๆที่เซลล์ก็บอกว่าให้มารับได้แต่ผู้จัดการฝ่ายขายบอกว่าต้องรอผู้บริหารกลับมา ขอเลื่อน การรับต่อไป
ทางเราลูกค้าไม่พอใจ ก็พูดไป ยกใหญ่ 2-3 ยก
ว่า มันไม่ใช่ปัญหาของลูกค้า มันเป็นปัญหาของทางบริษัทในการบริหารจัดการ อย่าเที่ยวมาหลอกลูกค้าแบบนี้
ล่าสุดได้เบิ่งรถยนต์ไป ยังศูนย์โชว์รูมศูนย์บริการประมาณ 14:00 น.อบรมผู้จัดการอีกยกใหญ่ผู้จัดการก็บ่ายเบี่ยงนู้นบ่ายเบี่ยงนี่ และ ยังไม่รายงานผู้บริหาร ถึงข้อขัดข้องในเรื่องดังกล่าว โดย มีการโกหกลูกค้าและให้ลูกค้ากับภรรยานั่งรออยู่ ประมาณชั่วโมงครึ่ง ยังไม่มีทองมอบให้ ทั้งๆที่ผู้อำนวยการนั่งอยู่ข้างในห้องทำงาน-ผู้จัดการไม่กล้ารายงานผู้อำนวยการ- ลูกค้าและภรรยานั่งรออยู่ชั่วโมงครึ่ง ทนไม่ไหวลูกค้า จึง โวยวายบุกเข้าไปยังห้องผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการ เป็นผู้หญิงได้ยินเสียงโวยวายเลยออกมาแล้วก็เชิญไปนั่งในห้อง ขอโทษขอโพยเรื่องต่างๆ โดยมีการอธิบาย(แก้ตัว)ในเรื่องต่างๆ ต่อมาลูกค้า ไม่ฟังคำแก้ตัวเพราะว่าผู้จัดการ และเซลล์แก้ตัวไว้หมดแล้ว ลูกค้าและภรรยา ได้ตำหนิไปอย่างแรง ถึงทีมขายถึงผู้จัดการและถึงผู้อำนวยการสาขาอย่าทำแบบนี้กับลูกค้า หลอกลวงลูกค้าโกหกลูกค้า จนต้องยอม เอาทองมาให้ ลงนามรับทองไป บอกว่าจะเอาไว้ทำ Content ลูกค้ากับภรรยาบอกไม่ใช่เรื่องของลูกค้าเรื่องทำ Content เป็นเรื่องของทางบริษัทและกำชับลูกค้ากับ ภรรยา ว่า หวังว่าคงจะพึงพอใจในสิ่งของวันนี้ลูกค้าและภรรยา ตอบแบบ ตรงไปตรงมาว่าเอากันตรงๆเลยนะไม่ประทับใจแล้วก็เสียอารมณ์มาก
ใครจะถามมาซื้อรถยังไงก็จะบอกถึงความบกพร่องในจุดนี้ต่อๆไป และเรื่องที่โกหกหลอกลวงลูกค้ากับ ภรรยา ด้วย กล่าวจบ ประมาณ เกือบ 4 โมงเย็น ลูกค้าและภรรยา จึงได้เดินทางกลับ
จากบทสรุปคาดว่าเซลล์รับปากกับลูกค้าที่จองที่ซื้อรถ รับปากทุกอย่างแต่ทำไม่ได้เพื่อต้องการยอดในการขายรถ เพื่อให้ได้ตามยอด คิดว่าเป็นประเด็นหลัก ซึ่ง การบริการลูกค้าคือหัวใจ สำคัญ นับตั้งแต่เริ่มจองรถซื้อขายรถอยู่ระหว่างใช้รถและบริการหลังการขาย ไม่ใช่โกหกลูกค้าเพื่อให้ได้ยอดขาย ไม่แน่ใจว่า มีการสมรู้ร่วมคิดกันใน ทีมขาย จนถึงผู้บริหารหรือไม่
อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงขอนำเสนอฝากเป็นอุทาหรณ์เตือนสติถึงการซื้อขายตามข้อตกลงควรทำตามสัญญาและสัจจะที่พูดไว้
ด้านผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามผู้จัดการ โชว์รูมรถดังถึงเรื่องราวต่างๆซึ่งผู้จัดการชี้แจงว่าทางเราได้มีบทลงโทษกับเซลล์คนนั้นแล้วและขออภัยในการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและจะนำไปปรับปรุงมิให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

































