


ลุงวัย 67 ขี่ จยย. ชนท้ายรถกระบะขนไม้จอดเสียไม่มีไฟเตือน ชาวบ้านบอกเสียมา 2 วันแล้วไม่ยอมเคลื่อนย้าย ออกจากบนถนนถนนเส้นนี้มืดมากด้วยผู้ตาย เผย ก่อนเสียชีวิตเพิ่งกินข้าวกับลูกชาย และกำลังจะไปเฝ้าสวน
เมื่อเวลาประมาณ 20:30 น. ของวันนี้ 15 ธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกร่ำ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะบรรทุกไม้ มีผู้บาดเจ็บสาหัสในที่เกิดเหตุ บนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าตัวอำเภอแกลง บริเวณหมู่ 3 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงถนนที่มืดสนิท พบรถกระบะขนไม้มีคอกสูง จอดเสียอยู่ริมทางโดยไม่มีการเปิดสัญญาณไฟเตือนใดๆ และพบรถจักรยานยนต์ของผู้ประสบเหตุพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอย่างรุนแรง ทำให้ นายชิด อายุ 67 ปี นอนหมดสติและไม่มีชีพจรอยู่ในที่เกิดเหตุ พบมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณเข่าขวา ข้อศอกด้านขวา และมีบาดแผลที่ใบหน้าซีกซ้าย เนื้อตัวซีด เจ้าที่กู้ภัยพุทธศาสตร์อำเภอแกลง ช่วยทำ CPR ประมาณ 30 นาทีจนกระทั่งรถ ambulance ของโรงพยาบาลแกลง เข้ามารับและทำ CPR ไปตลอดทาง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า นายชิดเพิ่งรับประทานอาหารเย็นกับลูกชายที่บ้านพัก และกำลังขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปเฝ้าสวนที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตร โดยเหลือระยะทางอีกเพียงประมาณ 200 เมตรก็จะถึง
แต่มาประสบเหตุชนเข้ากับท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ในความมืดอย่างจัง
นายจรุง นนทวงศ์ จนท.กู้ภัยพุทธศาสตร์อำเภอแกลง ( เสื้อส้ม) เผยว่า รถขับกระบะคันนี้ ตนได้รับแจ้งจากประชาชนตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจอดเสียอยู่ ล้อหลังด้านขวาเขาถูกถอดออกไปแล้ว ซึ่งบริเวณที่ตรงนี้ค่อนข้างจะมืดและไม่มีป้ายไฟสัญลักษณ์แจ้งเตือนแต่อย่างใดซึ่งตนก็ไม่อยากว่าใครแต่เขาควรรับผิดชอบมากกว่านี้
และฝากเตือนหากรถใคร เสีย อยู่บนถนนจราจร ควรหาทางลากรถออกจากช่องทางเดินรถให้พ้นจากเส้นขอบทางสีขาว หากสามารถนำลงไปจากไหล่ทางได้เลยจะยิ่งดี
โดยเฉพาะบริเวณที่มืดสนิทและไม่มีไฟส่องสว่าง ถือว่า อันตรายมาก
ต้องมีการติดตั้งสัญญาณเตือน เช่น กรวย หรือป้ายเตือนต่างๆ และควรเปิดไฟฉุกเฉินของรถไว้ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้ถนนรายอื่นมองเห็นแต่เนิ่นๆ
โดยเฉพาะในกรณีที่รถจอดเสีย ควรดำเนินการเคลื่อนย้ายหรือติดตั้งสัญญาณเตือนให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนผู้ขับขี่รถที่จอดเสียให้เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือติดตั้งเครื่องหมายเตือนในระยะที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าซ้ำรอยอีก

































