

เปิดเคล็ดลับ “ผู้พันบรรลัย” วัย 80 ส่งใจถึงทหารกล้าศรีสะเกษ หลังเหตุเหยียบระเบิดขาขาดรายที่ 12
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง รายงานบรรยากาศสุดประทับใจท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด หลังเกิดเหตุสลดเมื่อช่วงเวลา 14.40 น. ที่ผ่านมา โดย พลทหาร ปริวัตร์ มีมานะ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 (ร้อย.ร.132) ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจสถาปนาความมั่นคง บริเวณพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ ขาซ้ายขาด และบาดเจ็บสาหัส นับเป็นกำลังพลรายที่ 12 ที่ต้องสูญเสียอวัยวะจากกับระเบิดในพื้นที่ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
ในวันเดียวกันที่จังหวัดระยอง พันตรี ธีรวัสส์ หรือ “ผู้พันบรรลัย” อดีตนายทหารราบหน่วยรบวัย 80 ปี เจ้าของฉายา “ไอ้บรรลัยตายยาก” ผู้ผ่านสมรภูมิรบยุคคอมมิวนิสต์ (พ.ศ. 2513-2518) ได้ออกมาให้กำลังใจทหารรุ่นน้องที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รั้วของชาติ โดยเผยเคล็ดลับการรักษา “ใจ” ในสภาวะยากลำบากว่า
เมื่อแดดร้อนจัด ให้สะกดจิตตัวเองว่ากำลังเผชิญกับ “แสงจันทร์” เพื่อให้ใจเย็นสงบ ไม่ฟุ้งซ่านกับความร้อน
เมื่อฝนตกหนัก ให้คิดว่าตนเองเป็น “ขี้ผึ้ง” เพราะยิ่งขี้ผึ้งถูกน้ำฝนที่เย็นจัด ก็จะยิ่ง “แข็งแกร่ง” ไม่ละลายไปตามสภาพอากาศ
”ทหารราบต้องอดทน แดดร้อนก็คิดว่าพระจันทร์ ฝนตกก็เป็นขี้ผึ้ง ยิ่งเปียกยิ่งแข็ง นั่นคือวิธีที่พวกเราใช้ประคองสติในสนามรบ” ผู้พันธีรวัสส์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
นอกจากนี้ผู้พันธีรวัสส์ยังได้เปิดเผยเรื่องราวความเชื่อส่วนตัวที่ทำให้รอดพ้นจากกระสุนและระเบิดมานับครั้งไม่ถ้วน โดยระบุว่าทุกครั้งที่ออกรบ จะพก “ชายผ้าถุงแม่” หรือ “ตีนซิ่น” ที่แม่สวมใส่ตอนคลอดตนเองไว้กับตัวเสมอ ท่านเล่าถึงเหตุการณ์อัศจรรย์ใจว่าเคยถูกศัตรูซุ่มโจมตีในระยะประชิดแต่กลับมองไม่เห็นตัวท่าน จนเพื่อนทหารตั้งฉายาให้ว่า “ไอ้บรรลัยตายยาก”
ท่ามกลางข่าวการสูญเสียขาของทหารรุ่นน้องที่ศรีสะเกษในวันนี้ ผู้พันวัยเก๋าได้ฝากข้อความทิ้งท้ายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจว่า
ยึดมั่นความกตัญญู: พลังของพ่อแม่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในสนามรบนอกจากนี้แล้วให้ซื่อสัตย์ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่สำคัญเชื่อในกฎแห่งกรรม: “ต่อให้บินหนีได้เหมือนนก ก็หนีกรรมที่สร้างไว้ไม่พ้น” ขอให้ทำหน้าที่ด้วยใจที่บริสุทธิ์แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง




































