


เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580) มุ่งทบทวนกลยุทธ์-ตัวชี้วัดให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ชูแนวคิดประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ควบคู่มาตรการใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) ดึงประชาชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ หวังยกระดับความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ร่วมกับ บริษัท ทรานส์ เอเซีย คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด เร่งผลักดัน “โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580)” เพื่อทบทวนและปรับปรุงแผนแม่บทลุ่มน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)



เหตุผลจำเป็นที่ต้อง “ยกเครื่อง” แผนแม่บทใหม่
เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งครอบคลุมบางส่วนของ 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และฉะเชิงเทรา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งภาคเมือง อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และเศรษฐกิจชายแดน ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้น้ำเปลี่ยนไป ขณะเดียวกัน ความผันผวนของธรรมชาติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำทะเลหนุน น้ำเค็มรุกล้ำ และคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นลำน้ำสายสั้น ไหลลาดจากที่สูงลงสู่อ่าวไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำหลากในฤดูฝนแต่กลับขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ประกอบกับข้อจำกัดในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ สทนช. จึงจำเป็นต้องมีกรอบบริหารจัดการน้ำที่มองภาพรวมทั้งระบบ (ตั้งแต่ต้นน้ำถึงชายฝั่ง) และไม่สามารถใช้แนวทางเดียวแก้ปัญหาเหมือนกันหมดทั้งลุ่มน้ำได้เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทที่ต่างกัน อาทิ:
พื้นที่เมืองและอุตสาหกรรม มุ่งเน้นความมั่นคงของน้ำดิบ ประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการจัดการน้ำเสีย
พื้นที่เกษตรและแหล่งผลไม้เศรษฐกิจ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำให้สอดรับกับฤดูกาล
พื้นที่ท่องเที่ยว เกาะ และชายฝั่ง เน้นระบบประมง การจัดการน้ำเสีย และการลดการสูญเสียน้ำในระบบท่อ
พื้นที่ต้นน้ำและชายแดน เน้นฟื้นฟูป่าต้นน้ำและลดการชะล้างพังทลายของดิน
ชูหัวใจสำคัญ บริหารแบบบูรณาการ (IWRM) + SEA + ใช้ธรรมชาติเป็นฐาน
การศึกษาในครั้งนี้จะขับเคลื่อนผ่านหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ (IWRM) ร่วมกับ กระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและผลกระทบสะสมในระยะยาว นำไปสู่การพัฒนาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่สมดุลและเป็นธรรม โดยจะผสมผสานทั้งมาตรการเชิงโครงสร้าง (ทางวิศวกรรม) ควบคู่กับแนวคิดการใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) เช่น การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าชายเลน และการเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำธรรมชาติ เพื่อสร้างลุ่มน้ำที่ยืดหยุ่นต่อความผันผวนของภูมิอากาศ โดยไม่ผลักภาระหรือความเสี่ยงไปให้ชุมชนปลายน้ำ
เปิดประตูรับฟัง “เสียงประชาชน” ขับเคลื่อนสู่นโยบายที่ทำได้จริง
สทนช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน องค์กรผู้ใช้น้ำ เกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานท้องถิ่น โดยจัดให้มีกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประชุมปฐมนิเทศ การประชุมกลุ่มย่อยระดับพื้นที่ ไปจนถึงการประชุมปัจฉิมนิเทศ เพื่อนำข้อเสนอแนะและประสบการณ์ตรงของคนในพื้นที่มาผสมผสานกับข้อมูลเชิงวิชาการ
ผลผลิตสำคัญจากการศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่การกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์ แผนงาน และโครงการที่จัดลำดับความสำคัญ รวมถึงกรอบการขับเคลื่อนและระบบติดตามประเมินผลที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ สามารถนำไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการและงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ
สทนช. คาดหวังว่า แผนแม่บทฉบับปรับปรุงนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในเขตลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกอย่างยั่งยืน จากนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม





































