


จักรยานยนต์บินขึ้นฟุตบาทพุ่งชนร้านสอนภาษาดับครูวอนร้านพังนักเรียนเดือดร้อนช่วยรับผิดชอบด่วนกล้องวงจรปิดจับภาพได้
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา(22 พฤศจิกายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนเข้า ร้านสอนภาษาอังกฤษ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่บนถนนบูรพาพัฒน์ บริเวณสี่แยกวัดประชุมมิตร อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าเมื่อช่วงเวลา 23:00 น. ของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 อยู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์พุ่ง ชนเข้ามาที่กลางกระจกหน้าร้าน เรียกได้ว่าบินมาเลยทีเดียว จนทำให้ผู้ขับขี่เป็นชาย อายุ 30 ปี กระเด็นออกจากตัวรถ ไปนอนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่ฟุตบาทหน้าร้าน
ในที่เกิดเหตุพบเป็นร้านรับสอนภาษาอังกฤษครูนก ปลูกสร้างเป็นห้องชั้นเดียวให้เช่า ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกประชุมมิตร ถนนบูรพาพัฒน์ พบว่า กระจกหน้าร้านพังเสียหายทั้งหมด กระถางต้นไม้หน้าร้านพังเสียหาย และยังมีกองเลือดของผู้เสียชีวิตอยู่กองใหญ่อีกทั้งหมวกกันน็อคและชิ้นส่วนที่แตกกระจัดกระจายพบว่ามีคราบเลือดติดอยู่ รวมถึงรองเท้าผ้าใบของผู้เสียชีวิตก็ตกอยู่ด้วย
สอบถามนางปุ้ม อายุ 56 ปี เจ้าของที่ให้เช่าในพื้นที่ เล่าว่า รถจักรยานยนต์เขามาจากทางมาบตาพุด จะมุ่งหน้าไปยังพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พอถึงสี่แยกของเขาเป็นไฟแดงแต่เขาไม่ยอมเบรคขับตรงพุ่งย้อนศรเข้ามา
แต่ที่น่าแปลก คือจริงๆเขาต้องเลี้ยวซ้ายนิดนึง แต่พุ่งตรงมา ซึ่งดูจากภาพมุมสูงจะเห็นชัดว่า ช่วงจังหวะถนนสี่แยกหากมาจากทางมาบตาพุดและมุ่งหน้าไปทางบ้านฉางเพื่อออกไปสัตหีบจะต้องหักเลี้ยวซ้ายด้วย หากขับพุ่งตรงไปก็จะเข้า ร้าน ที่เกิดเหตุ
ทั้งรถทั้งคนพุ่งมาแรงจนชนขึ้นฟุตบาทจนบินลอยมาเลย ตัวคนขับลอยกระเด็นออกมาหัวชนเสาปูนที่เขาเอาไว้ปักคันร่มบังแดด และก็ ไปฟาดกับมุมบันไดห้องนึงและตัวก็กระเด็นมานอนอยู่ตรงหน้าร้านของครูนกรับสอนภาษาอังกฤษ
ส่วนตัวรถจักรยานยนต์นั้น พุ่งชนเข้ามาที่กระจกร้านแต่ไม่รู้ว่าไปยังไงทำไมหัวรถถึงหันกลับไปทางมาบตาพุดแบบเดิม
ซึ่งตอนที่ตนออกมาดูนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามระยอง กำลังรีบทำ CPR ผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นผู้ชาย หัวเขาเปิดออกหมดเลย หมวกกันน็อคแตก มีเลือดไหลนองเต็มพื้น
สอบถามครูนก เล่าว่า ตนเปิดสอนภาษาอังกฤษเด็กๆ ซึ่งตน เช่าอยู่ที่นี่มา12 ปีแล้ว ปกติร้านปิดช่วง 20:00 น. ตนก็กลับไปพัก บ้านที่ห้วยโป่ง เมื่อคืนที่เกิดเหตุ ตนก็รีบออกมาดู และก็ยังสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเหตุการณ์แบบนี้ตนต้องทำอย่างไร เพราะตนไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ แล้วใครจะมารับผิดชอบร้านของตนเพราะ คู่กรณีเสียชีวิต
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกให้ตนไปฟ้องแพ่งตนก็ยังงงๆ ว่า ที่ร้านตนพังสาเหตุก็เกิดจาก อุบัติเหตุ ที่เขาพุ่งชนมา
ต่อมาเมื่อช่วงเวลา 15.00 น. แม่ของผู้เสียชีวิต มาที่ร้านและประเมินค่าความเสียหายซึ่งได้เจรจากันตนนั้นขอ ค่าทำกระจก 25,000 บาท เท่านั้น เพราะตนก็ต้องทำคืนให้กับเจ้าของเหมือนกันในใจคิดว่าหากเกิน 25,000 บาท ตนจะเป็นคนรับผิดชอบเองถือว่าช่วยกันและส่วนที่เหลืออื่นๆที่พังเสียหาย ตนไม่คิด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ในร้านที่พังเสียหาย รวมถึง ค่าขาดประโยชน์ที่ตนไม่ได้สอนเด็กๆและตนจะต้องไปหาห้องใหม่ ที่เรียนใหม่ให้กับเด็กๆด้วย
เพราะที่นี่ พังเสียหาย ตนไม่อยากหยุดสอนเด็กๆไปหลายวัน เพราะเป็นห่วงเด็ก
ครูแปลกใจ ทีแรกก็ตกลงกันด้วยดีจึงคุยกันว่ามาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจ แต่พอมาถึงสถานีตำรวจนั้น แม่ของเขาก็เปลี่ยนใจ บอกว่า 25,000 บาทขอผ่อนระยะเวลา 1 ปีซึ่งตนก็มองว่ามันนานเกินไปตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเยอะ จึงบอกว่าขอให้ผ่อนภายใน 6 เดือนได้หรือไม่
ซึ่งเขาก็ไม่ยอม เขาเลยบอกให้ตนกลับไปคิดใหม่แล้ววันพุธที่จะถึงนี้ให้กลับมาคุยกันอีกครั้ง
เดิมทีแล้วตนมองว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น เข้าใจว่ามันคืออุบัติเหตุแต่ตนอยู่ของตนดีๆสอนหนังสือเด็กนักเรียนดีๆแบบมีความสุขแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันมีค่าความเสียหายเกิดขึ้น ทำไมจะต้อง ทำเหมือนหัวหมอกับตน คุยกันทีแรกตกลง พอให้มาลงประจำวันกับ มีข้อแม้ต่างๆนานา
แล้วเหตุการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะมารับผิดชอบ
ซึ่งตนก็เสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยแต่ก็อยากร้องขอให้เห็นใจตนบ้างตนไม่ได้เรียกร้องมากจนเกินไป ค่าเสียเวลา ค่าอุปกรณ์ภายในร้านพังเสียหาย ตนก็ไม่คิด แต่ขอเถอะ ช่วยรับผิดชอบ กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามเคสนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ จักรยานยนต์ขับฝ่าไฟแดงมา ด้วยความเร็วย้อนศรมาชนกับ บ้านเรือนประชาชนริมทาง แล้วคนขับเสียชีวิตแบบนี้ญาติคนขับถ้าเขาไม่รับผิดชอบแล้วจะไปเรียกร้องกับใครได้




































