


เกิดเหตุระทึกขวัญกลางโรงงานย่านห้วยโป่ง ช่างเครื่องรุ่นใหญ่ชาวลำปางดวงกุด ฝืนกฎความปลอดภัยแอบลงทำงานคนเดียว จังหวะเครื่องล้างทรายยักษ์หนักกว่า 10 ตัน ระบบไฮดรอลิกมีปัญหา ทรุดตัวลงมาทับร่างช่วงอกจนถึงศีรษะ เสียชีวิตคาที่ กู้ภัยต้องใช้รถเฮี๊ยบ 2 คันเร่งกู้ร่าง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุสลด มีคนงานถูกเครื่องจักรขนาดใหญ่ทับเสียชีวิต ภายในบริษัทรับล้างเครื่องจักรแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามระยอง รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ พบเครื่องจักรสำหรับล้างทรายขนาดใหญ่ น้ำหนักรวมกว่า 10 ตัน ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน บริเวณใต้ฐานเครื่องจักร พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายดำรง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดลำปาง สภาพศพนอนหงาย ท่อนล่างตั้งแต่ช่วงเอวลงมาอยู่บนพื้นทราย แต่ช่วงหน้าอกไปจนถึงศีรษะถูกชิ้นส่วนเครื่องจักรและระบบไฮดรอลิกทับกดไว้อย่างแรง มือทั้งสองข้างยังคงเกาะกุมส่วนของเครื่องจักรคล้ายพยายามเอาตัวรอดก่อนสิ้นลม
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพนักงานบริษัทต้องช่วยกันใช้ประแจหมุนปรับระบบกลไกเพื่อคลายแรงกดทับ ก่อนจะนำรถเฮี๊ยบจำนวน 2 คัน มายกโครงสร้างเครื่องจักรขึ้น จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง
จากการสอบถาม น.ส.จารุวรรณ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามระยอง เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งได้รีบเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที แต่เมื่อมาถึงพบว่านายดำรงไม่มีชีพจรแล้ว จากการสอบถามพนักงานในบริษัทเบื้องต้นทราบว่า เครื่องจักรตัวนี้ทางเจ้าของได้นำมาจ้างให้บริษัทล้างทำความสะอาด ซึ่งก่อนเกิดเหตุทางบริษัทได้กล่าวตักเตือนนายดำรงแล้วว่า “อย่าลงไปทำงานคนเดียว” เพราะอันตรายและผิดกฎความปลอดภัย แต่นายดำรงมีนิสัยส่วนตัวชอบแยกตัวไปทำงานคนเดียว จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ระบบไฮดรอลิกเกิดขัดข้องจนเครื่องจักรหลุดลงมาทับร่างจนเสียชีวิต
ด้าน น.ส.ณี หลานสาวผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วยอาการช็อก เล่าเพียงสั้นๆ ว่าผู้ตายเป็นคนลำปาง ไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่คนเดียว จนกระทั่งมีคนโทรไปบอกข่าวร้ายว่าอาถูกเครื่องจักรทับเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นทางครอบครัวจะนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดลำปาง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนส่งศพชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล
เหตุการณ์นี้ถือเป็น อุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับกลุ่มผู้ปฏิบัติงานกับเครื่องจักรหนัก ความประมาทเพียงชั่วครู่หรือการฝ่าฝืนกฎความปลอดภัยเพียงเพื่อความสะดวก อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขได้




































