ชาวบ้านร้องน้ำมันก็ขึ้นค่าไฟก็ขึ้น ขึ้นทุกอย่างตนจะไม่เหลือเงินซื้อกินแล้ว ช่างตัดผมงัดไม้เด็ดสวนกระแส ตัดผมอย่างเดียว 60 บาท โกนหนวดกันหน้าสามารถทำเองได้ที่บ้านช่วยๆกันประหยัดลดค่าใช้จ่าย



เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หลังมีกระแสความกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบชาวบ้านและผู้ประกอบการรายย่อยต่างตกอยู่ในสภาวะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจนแทบไม่เหลือเม็ดเงินหล่อเลี้ยงครอบครัว
จากการสำรวจกลุ่มผู้ประกอบการช่างตัดผม ช่างโอ๊ต อายุ 28 ปี ช่างตัดผมชายในพื้นที่ระบุว่า ปัจจุบันรายได้ลดน้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ค่าใช้จ่ายกลับสวนทาง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนหลัก เครื่องปรับอากาศ, ปัตตาเลี่ยน, ไดร์เป่าผม
เรียกว่าหนาวขี้กันเลย ไม่ได้หนาวเพราะแอร์ แต่หนาวเพราะบิลค่าไฟ
ซึ่งตนงัดโปรโมชั่นเด็ดออกมาสู้กระแส ค่าครองชีพ ตัดผมอย่างเดียว 60 บาทเนื่องจากตนมองเห็นว่าทุกวันนี้ประชาชนอันไหนประหยัดได้ก็ต้องช่วยกันประหยัด ตัดผมอย่างเดียวเพียง 60 บาทส่วนโกนหนวดกันหน้าบางคนอาจจะทำเองได้ที่บ้าน
อีกทั้ฝยังตัดพ้อ ว่าอายุช่วง 19-30 ปีเป็นช่วงวัยรุ่นสร้างตัว ซึ่งตนนั้นพอเริ่มสร้าง ก็ประสบปัญหาโควิดหลังจากนั้นพอที่จะลืมตาอ้าปากได้ ก็มาประสบปัญหาวิกฤตน้ำมันแพงค่าครองชีพพุ่งสูง เศรษฐกิจซบเซา เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสเกิดสักที
ตั้งแต่ราคาน้ำมันขึ้นรวดเดียว 6 บาท ลูกค้าหายไปอย่างเห็นได้ชัดตนนั่งรอลูกค้าจนจะเป็นแผลกดทับอยู่แล้ว
ชาวบ้านทั่วไปเป็นหญิงวัยกลางคนรายหนึ่งที่ขี่รถจักรยานยนต์สัญจรไปมา เผยความในใจว่าปัจจุบันค่าไฟที่บ้านซึ่งอยู่กัน 2 หลังพุ่งไปถึง 1,400 บาท และกังวลว่าหากมีการปรับขึ้นอีกจนแตะ 2,000 บาท จะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะกระทบต่อเงินเก็บและค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ อย่างรุนแรง
พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นพ่อค้าขายข้าวและเครื่องดื่มระบุว่า นอกจากราคาน้ำมันที่แพงแล้ว ค่าไฟที่สูงขึ้นยังทำให้กำไรที่น้อยอยู่แล้วแทบไม่เหลือ สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือ “ยิ้มสู้” และยอมรับชะตากรรม เพราะไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถตัดทอนการใช้งานออกไปได้ทั้งหมด
เมื่อถามถึงความรู้สึกของชาวบ้านระบุว่า “ภาวะจำยอมของชาวบ้านจริวๆ” แม้จะมีความกังวลและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ทุกคนกลับมีทัศนคติที่ว่า “ยังไงก็ต้องใช้” และต้องหาทางทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าไฟ เปรียบเสมือนวงจรหนี้สินที่ไม่มีวันจบสิ้น หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการเยียวยาหรือควบคุมราคาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตามชาวบ้านในอำเภอบ้านฉางจึงส่งเสียงสะท้อนผ่านรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกังวล หวังเพียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาดูแลโครงสร้างราคาไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและรายได้ที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่





































