


แรงงานกัมพูชาเถื่อนคว้าขวานจามหัวเพื่อนร่วมงานไทยดับคาม้านั่ง ก่อนชิงรถกระบะนายจ้างหนี
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำนักทอง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุฆาตกรรมมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณบ้านพักคนงานในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลกระเฉด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศลรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักชั้นเดียว บริเวณม้านั่งผ้าใบหน้าบ้านพบศพ นายศักดิ์สิทธิ์ หรือแบงค์ อายุ 24 ปี สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น มีบาดแผลฉกรรจ์และเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากบริเวณศีรษะ ตรวจสอบบริเวณป่าหญ้าข้างบ้าน พบขวานที่มีรอยคราบเลือดติดอยู่ถูกโยนทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

(รถใช้ในการหลบหนี)
จากการสอบสวน นางสาวสุรีรัตน์ สีเหลือง อายุ 40 ปี (เสื้อสีดำ) เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย ให้การว่า บ้านหลังนี้เจ้านายเช่าให้คนงานพักอาศัยรวมกัน 5 คน ก่อนเกิดเหตุตนกับสามีออกไปเที่ยวทะเล โดยเห็นผู้ตายนอนคุยโทรศัพท์อยู่ในห้อง ส่วนผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นแรงงานชาวกัมพูชานั่งอยู่ด้านนอก จนกระทั่งกลับมาถึงบ้านช่วงบ่ายก็ต้องตกใจเมื่อพบว่านายแบงค์กลายเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่บนม้านั่งแล้ว
ทางด้าน นายอนุชิต เชิงชัญ อายุ 54 ปี( เสื้อสีฟ้าขาว) นายจ้าง เปิดเผยด้วยความตกใจว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายหนู อายุ 24 ปี เป็นแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัว เข้ามาทำงานก่อสร้างวางท่อระบายน้ำได้ประมาณ 1 เดือน โดยตอนแรกอ้างว่าเป็นชาวเมียนมา ก่อนจะรับว่าเป็นชาวกัมพูชา และอ้างว่าตำรวจนำมาปล่อยไว้ ตนเห็นว่าน่าสงสารจึงรับเข้าทำงาน ซึ่งที่ผ่านมานายหนูกับนายแบงค์ผู้ตายทำงานอยู่ในทีมเดียวกัน และไม่เคยเห็นว่าทะเลาะเบาะแว้งกับใครมาก่อน หลังเกิดเหตุพบว่านายหนูได้ขับรถกระบะของตนหลบหนีไปด้วย
ขณะที่ นางสาวสิรัญญา อายุ 54 ปี (เสื้อสีชมพู) ภรรยานายจ้าง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายหนูเป็นคนร่าเริงในช่วงแรกและไม่ดื่มเหล้า แต่พักหลังเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เริ่มดื่มสุราอย่างหนัก ล่าสุดเพิ่งเบิกเงินไป 2,000 บาท และใช้จ่ายหมดภายในวันเดียว นอกจากนี้ยังเคยแอบขับรถไปหา “ผู้การหมี” เพื่ออ้างว่านายจ้างให้มาเบิกเงินเพิ่ม จนทางผู้การหมีต้องโทรศัพท์มาสอบถามสามีตน ทำให้สามีได้ว่ากล่าวตักเตือนนายหนูไปก่อนหน้านี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าอาจเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวหรืออาการมึนเมา ขณะนี้ได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่เร่งสกัดจับรถกระบะคันที่คนร้ายใช้หลบหนี และติดตามตัวนายหนูมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป







































