


กู้ภัยห้ามได้ทันหนุ่มขับซาเล้งเมา อ้างตนเป็นเขมรหวิดมีเรื่องกับญาติคนเจ็บ
เมื่อเวลา13:30น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 อาสากู้ภัยร่วมกตัญญูระยอง รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถซาเล้งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ4ราย และมีเด็ก3ขวบได้รับบาดเจ็บด้วย บริเวณหน้าวัดเขาโพธิ์ ถ. 3371 บ้านค่าย-นิคมพัฒนา จ. ระยอง
ที่เกิดเหตุ พบคนเจ็บ4ราย มีคนขับซาเล้ง1ราย และคนมากับรถจักรยานยนต์ เป็นผู้ใหญ่2รายรวมเด็ก3ขวบ1ราย โดยคนที่มากับรถจักรยานยนต์ ชื่อ น.ส หนิง กับ น.ส. ออด ทั้ง2คน มีอายุ 45ปี และมีหลาน ชื่อน้องพินวัยเพียง3ขวบ ได้รับบาดที่ขา และศรีษะ ส่วน น.ส. ออด และ น .ส. หนิง นอนฟุบอยู่กับถนนมีเลือดไหลออกที่ศีรษะเป็นจำนวนมาก ถามหาแต่หลานว่าอาการหลานเป็นยังไง
ขณะที่คนขับซาเล้ง ชื่อนาย ริน อายุ40ปี เล่าว่า ตนไปกรีดยางมาจากบ้านค่าย จะกลับนิคมพัฒนา ก็แวะถอนเหล้าขาว แก้เหมื่อยที่ร้านค้า กินไม่เยอะ แค่เป๊ก 2 เป็ก ก็ขับรถกลับ พอถึงที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ซึ่งขับอยู่เลนซ้ายขอบทางมาเบียดรถตน และก็ล้มไปเอง
ส่วนน.ส.หนิง และ ออด ก็บอกว่า ตนขับอยู่เลนซ้าย คนขับซาเล้งแซงขึ้นมา จากนั้น พ่วงข้างก็เบียดรถจักรยานยนต์ของตนจนล้มตกลงไปข้างทาง
ขณะที่กู้ภัยกำลังปฐมพยาบาลให้คนเจ็บทั้งหมด ญาตคนเจ็บมาถึงที่เกิดเหตุ จึงได้ถามนายรินว่าขับรถยังไงถึงมาเบียดรถจักรยานยนต์ ทำให้นายรินทร์ไม่พอใจ ลุกขึ้น โต้ตอบญาติคนเจ็บ ก่อนพลเมืองดี จะจับนายรินบอกว่าให้ใจเย็นๆ
สอบถามนายรินว่าเป็นคนที่ไหน มีบัตรประชาชนมาไหม นายรินตอบแบบกวนๆว่า ผมเป็นคนกัมพูชา จากนั้นพลเมืองดีก็ให้นายริน นำบัตรคนต่างด้าวมาให้ดู ปรากฏว่านายรินบอกว่าล้อเล่นตนไม่ได้เป็นคนกัมพูชา แต่เป็นคนศรีสะเกษ ทำให้พลเมืองดีถึงกับ บอกนายรินว่า หน้าสิวหน้าขวานคนบาดเจ็บ ไม่น่ามาเล่นโยกโย้ จนนายรินถึงกับยกมือไหว้ขอโทษ
โดยทางตำรวจสภบ้านค่ายได้เข้ามาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายรินตามกฏหมายต่อไป

































