


“ไม่อยากกลับไปรับกรรม” เปิดใจแม่ไทย-ลูกครึ่งกัมพูชา หลังอุบัติเหตุระทึกหวั่นถูกส่งกลับเผชิญไฟสงคราม
เมื่อเวลา 22:00 น. วันที่ 5 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์เก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณเส้นทางมุ่งหน้าสี่แยกนิคมพัฒนา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสยามระยอง
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุขับขี่มาจากทางซอย 5 เพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนสาย 13 มุ่งสู่สี่แยกนิคมพัฒนา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณทางเข้าซอย 5 รถยนต์เก๋งคู่กรณีได้เลี้ยวเพื่อเข้าซอยอย่างกะทันหัน ทำให้รถจักรยานยนต์ที่มาทางตรงไม่สามารถเบรกได้ทัน พุ่งชนเข้าอย่างจังจนเสียงดังสนั่น
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีดำมีรอยบุบจากการถูกเฉี่ยวชนที่ด้านข้าง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ และพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาวลูกครึ่งไทย-กัมพูชา วัย21ปี สภาพริมฝีปากแตกเป็นมีแผลแตกที่ศีรษะ เลือดไหลนอง ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวด หญิงสาวกลับมีอาการหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามปฏิเสธการไปโรงพยาบาล เพราะความกลัวว่าจะถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้กำลังมีข้อพิพาทรุนแรงกับประเทศไทย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลนิคมพัฒนา ซอย 8 อย่างเร่งด่วน
ด้านนางจุ๋ม อายุ 43 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นชาวไทย (มีสามีเป็นชาวกัมพูชา) ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุด้วยความตกใจ ทีแรกลูกไม่อยากไปหาหมอด้วยที่กลัวว่ามีพ่อเป็นกัมพูชา ทีแรกตนก็ว่าจะซื้อยาให้ลูกกิน แต่ดูแล้วให้ลูกไปตรวจร่างกายดีกว่า
พร้อมเผยความในใจถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างพรมแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยระบุว่ามีความกังวลต่อสถานการณ์บ้านเมือง และยอมรับว่าไม่อยากให้ลูกต้องกลับไปเผชิญวิบากกรรมหรือผลกระทบจากสงคราม
อยากให้เรื่องมันจบๆ ไป ถ้าจะล้างบางกันให้เรียบก็ขอให้จบเสียที ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่อย่างหวาดผวา อยากให้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในเมืองไทยมากกว่า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวม พยานหลักฐาน และจะเชิญตัวคนขับรถยนต์เก๋งคู่กรณีมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัดดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

































