


ชาวบ้านสองสลึงรวมตัวจี้หน่วยงานรัฐจัดการหนุ่มหัวร้อนอารมณ์รุนแรง ถือมีดขอ เดินว่อนชุมชน อ้างมีบัตรจิตเวชตำรวจทำอะไรไม่ได้ พอเจ้าหน้าที่มากลับปิดไฟเงียบเชียบ ชาวบ้านเชื่อจงใจแกล้งบ้า วอนนำตัวบำบัดจริงจังก่อนเกิดเหตุสลด
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กร่ำ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งถืออาวุธมีดเดินอาละวาด สร้างความหวาดกลัวให้แก่คนในชุมชนบ้านสองสลึง ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านหลายสิบคนยืนรวมตัวกันด้วยความวิตกกังวล โดยให้ข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงขึ้นทุกวัน ล่าสุดถึงขั้นถือ “มีดขอ” ออกมาเดินแกว่งไปมาในหมู่บ้าน แต่ที่ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้นำชุมชนเดินทางมาถึง ชายคนนี้กลับมีท่าทีรู้ความเคลื่อนไหว รีบเดินเข้าบ้าน ล็อกประตู และปิดไฟเงียบกริบ ซึ่งผิดวิสัยคนป่วยจิตเวชทั่วไป จนชาวบ้านตั้งคำถามว่า “บ้าจริงหรือแค่แกล้งบ้าเพื่อเลี่ยงคุก?”
นางน้อย อายุ 53 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า “อยากให้หน่วยงานไหนก็ได้นำตัวไปรักษาให้หายขาดเสียที ถ้าเอาไปได้จริงตนจะยอมทำบุญให้เลย เพราะตอนนี้ทุกคนอยู่อย่างหวาดผวา”
นางน้อยยังเล่าต่อว่า ชายคนนี้มักอ้างว่าตนเองมีบัตรผู้ป่วยจิตเวช ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เคยถูกจับส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่พอออกมาก็กลับมาอาละวาดหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะกับคนที่แจ้งความ ก่อนหน้านี้แค่ด่าทอหรือโพสต์ด่าในโซเชียล แต่ตอนนี้เริ่มถืออาวุธมีดแล้ว หากปล่อยไว้ต้องมีคนเจ็บหรือคนตายแน่นอน
*** จากการประสานงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้แม่ของผู้ก่อเหตุออกมาพูดคุยเจรจา กลับพบว่าผู้เป็นแม่ไม่ยอมรับฟังและปฏิเสธความรับผิดชอบ จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น สร้างความเหนื่อยหน่ายใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ชาวบ้านจึงฝากวิงวอนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบนำตัวชายรายนี้ไปบำบัดรักษาอย่างเข้มงวด อย่ารอให้เกิดเหตุสูญเสียเสียก่อนแล้วค่อยมาล้อมคอก เพราะถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีใครรับผิดชอบความสูญเสีย
ด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เมื่อมาถึง และเรียกให้เขาออกมาพูดคุยแต่ชายก่อเห็นนั้นไม่ยอมออกมาซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถเข้าไปในบ้านเขาได้อีกทั้งยังเป็นยามวิกาลอีกด้วย แต่ในส่วนที่เขาโพสต์ด่าทางโซเชียลนั้นจึงแนะนำให้ ชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายนำหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดีได้
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นนานมากแล้วซึ่งความรุนแรงของชายคนนี้ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งทางครอบครัวเขาก็ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยนำตัวชายคนนี้ไปบำบัด และตรวจสอบว่าหายดีแล้วจริงๆจึงปล่อยออกมา




































