


นาทีระทึก! “หมวกกันน็อก” ต่อชีวิตเด็กสาว 15 ขี่ซิกแซกตัดหน้าครูฝึกสุนัข ร่างลอยกระแทกกระจกแตกยับรอดตายปาฏิหาริย์ เจ้าของรถเผยเพิ่งซวยซ้ำซ้อนโดนหมากัดก่อนหน้า
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานอุบัติเหตุรับต้นปีบริเวณสี่แยกบูรพาพัฒน์-พลา ม.3 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งเหตุรถยนต์อเนกประสงค์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรงจนร่างคนขี่ลอยไปกระแทกกระจกหน้ารถ
อุทาหรณ์เด็กสาว 15 ขี่ซอกแซกหวิดดับ
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์อเนกประสงค์ Honda HR-V สีดำ สภาพด้านหน้าซ้ายพังเสียหาย กระจกหน้ารถฝั่งคนขับแตกเป็นวงกว้างจากการถูกกระแทกอย่างแรง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์คู่กรณีล้มคว่ำอยู่ โดยผู้ขับขี่เป็นเด็กสาวอายุเพียง 15 ปี เบื้องต้นไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ซึ่งพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ก่อนเกิดเหตุมีการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น เด็กสาวคนดังกล่าวได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซอกแซกไปมาตามช่องว่างระหว่างรถ จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้พยายามข้ามเลนตัดหน้ารถยนต์กะทันหัน ทำให้ถูกชนเข้าอย่างจังจนตัวลอย
ครูฝึกสุนัขเผยนาทีช่วยชีวิต “หมวกกันน็อก” คือฮีโร่
นายแก่น อายุ 44 ปี เจ้าของรถยนต์ ซึ่งมีอาชีพเป็น ครูฝึกสอนสุนัข เปิดเผยนาทีระทึกว่า ตนขับรถมาตามปกติจนถึงช่วงสี่แยก ซึ่งเป็นไฟแดงแต่ตนนั้นกำลังจะเลี้ยวซ้าย (เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด) จู่ๆ น้องผู้หญิงก็ขับซอกแซกออกมาตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดจนเบรกไม่ทัน ร่างของน้องลอยขึ้นมากระแทกที่กระจกหน้ารถตนอย่างแรง
โชคดีมากที่น้องเขาสวมหมวกกันน็อกมา ไม่อย่างนั้นกระจกที่แตกขนาดนี้อาจคร่าชีวิตน้องได้เลย หมวกกันน็อกใบนี้คือสิ่งที่ช่วยชีวิตน้องไว้จริงๆ
นายแก่นกล่าวพร้อมโชว์หมวกกันน็อกของเด็กสาวที่มีรอยถลอกลึกจากการกระแทก
นอกจากนี้ นายแก่นยังเผยเรื่องราวสุดแปลกว่า ปีใหม่ปีนี้ตนเองดูเหมือนจะมีโชคร้ายซ้ำซ้อน เพราะเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เพิ่งจะถูกสุนัขกัดจนได้รับบาดเจ็บที่เท้า แต่ผ่านไปเพียง 2 วันกลับต้องมาเจออุบัติเหตุใหญ่อีกครั้ง ถึงแม้ตนเองจะไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม แต่ก็รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและวางแผนจะไปทำบุญล้างซวยหลังจากจัดการเรื่องคดีความเสร็จสิ้น
แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า สี่แยกแห่งนี้มักจะมีรถขี่ตัดหน้าหรือขับขี่ด้วยความประมาทเป็นประจำ ยิ่งในช่วงเทศกาลที่มีรถเยอะ การขับขี่ซิกแซกของวัยรุ่นมักนำมาซึ่งอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลานที่ยังไม่มีใบขับขี่และมีพฤติกรรมขับขี่เสี่ยงอันตราย และเคสนี้ก็ทำให้เห็นว่าการที่เราสวมหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐานนั้นช่วยเซฟชีวิตเรา ไว้ได้จริงๆ

































