

แม่นายแบงค์ ร้องขอโทษประหารจี้กวาดล้างแรงงานเถื่อน หวั่นพ้นคุกออกมาทำร้ายคนอื่นอีก
ความคืบหน้ากรณีรวบแรงงานพม่าฆ่าเพื่อนร่วมงาน ล่าสุดแม่ผู้เสียชีวิตเปิดใจทั้งน้ำตา ขอกฎหมายไทยลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตทันที หวั่นพ้นโทษออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยซ้ำรอย พร้อมวอนนายจ้างหยุดสนับสนุนแรงงานผิดกฎหมาย
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรับรายงานว่าเมื่อเวลา 17.00 นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบจังหวัดระยอง และชุดสืบสภสำนักทอง ได้เข้าจับกุม นายหนู ชาวเขมร ก่อเหตุใช้ขวานฟันนายแบงค์เพื่อนร่วมงานจนเสียชีวิต
ร.ต.อ. อุดมศักดิ์ พรมแด รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าทำการจับกุมตัว นายหนู แรงงานต่างด้าว ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย “นายแบงค์” เพื่อนร่วมชาติจนเสียชีวิต
โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า พบเห็นผู้ต้องสงสัยมากบดานทำงานเป็นคนงานอยู่ที่ โรงไม้ในเขตหมู่ 6 บ้านเนินสว่าง ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าปิดล้อมจับกุม ซึ่งในขณะเข้าจับกุม นายหนูไม่มีท่าทีขัดขืน หรือมีอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด ยังคงทำงานและใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วไป โดยเขาใส่แว่นกรอบสีขาวเลนส์สีเหลือง กางเกงขาสั้นสวมเสื้อสีแดงรองเท้าแตะ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายหนูยังคงปิดปากเงียบเกี่ยวกับชนวนเหตุที่แท้จริงในการลงมือสังหาร โดยให้การเพียงสั้นๆ ว่า ในวันเกิดเหตุตนและผู้ตายไม่ได้มีเรื่องผิดใจหรือทะเลาะวิวาทกันรุนแรงมาก่อน แต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกันต่างคนต่างเมา
ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาได้รับสารภาพและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมว่า:
นายหนูระบุว่าได้นำเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปทิ้งไว้บริเวณ ป่าหลังวัดเทพนิมิตร นอกจากนี้ยังมีการนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำไว้กับชาวบ้านในพื้นที่
ภายหลังจากทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว นางสาวเพ็ญอายุ 52 ปี มารดาของนายแบงค์ (ผู้เสียชีวิต) ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกด้วยความโศกเศร้า โดยระบุว่าอยากให้กระบวนการยุติธรรมของไทยลงโทษผู้ก่อเหตุถึงขั้น “ประหารชีวิต” เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
”อยากให้เขาได้รับโทษสูงสุด ไม่อยากให้แค่ติดคุกแล้วถูกปล่อยตัวออกมา เพราะถ้าออกมาได้ เขาก็อาจจะมาทำร้ายคนไทยหรือใครคนอื่นแบบนี้อีก อยากให้ลูกชายของตนเป็นเหยื่อรายสุดท้ายจากคนกลุ่มนี้
นอกจากนี้ คุณแม่ของผู้เสียชีวิตยังได้ฝากข้อความถึงผู้ประกอบการและนายจ้างคนไทยทุกคนว่า ขอให้หยุดรับแรงงานที่เข้ามาโดยผิดกฎหมายเข้าทำงาน เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่ผ่านการคัดกรองและไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง
ขนาดขั้นตอนการเข้าเมืองเขายังไม่ทำตามกฎหมาย แล้วเมื่อเข้ามาพำนักในประเทศไทยจะคาดหวังให้เขาเคารพกฎหมายบ้านเราได้อย่างไร
ทั้งนี้ คุณแม่ระบุชัดเจนว่าไม่ได้อคติต่อแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ทั้งชาวกัมพูชาหรือสัญชาติอื่นๆ ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีเอกสารครบถ้วน แต่ต้องการให้เข้มงวดกับกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาเท่านั้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา และเตรียมสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการเห็นบทลงโทษที่เด็ดขาดที่สุด







































